| ARkANA's profile† • A R k A N A ` $ • †PhotosBlogLists | Help |
|
02 March 2 1 . 2 1 . 2 2สเปซโหลดนานอะไรเยี่ยงนี้ - -
ขอประกาศว่า ณ ขณะนี้ ข้าพเจ้าได้อายุ 21 ปีอย่างเป็นทางการแว้วววว
(ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 21 นาฬิกา 22 นาที)
ขอขอบพระคุณบุคคลรายนามดังต่อไปนี้
นะดา
แม่อ๊บ
กบ
โก๊ะ
จีน
สรส
บูม
พี่เฟม
โจ๊ก
หม่อน
น้องปอ
ลูกปลา
พี่จุ้ย
น้องพลอย
รุ้ง
พี่เปตอง
น้องเนท
เชอร์รี่
พี่พร
และขอบคุณเป็นพิเศษก็คือแม่
ผู้ที่ไม่เคยลืมวันเกิดของเรา แม้ว่าช่วงนี้(หลายปีแล้ว)แม่จะลำบาก ไม่มีเงินมาซื้อของหรือซื้อเค้กให้ทุกๆปีเหมือนตอนยังเด็ก
แต่ไม่ก็ต้องโทร หรือส่งแมสเสจมาหาตอนเวลาที่เราเกิดทุกครั้ง
ขอบคุณที่แม่ตัดสินใจเก็บหนูไว้ และคลอดหนูออกมา
ขอบคุณที่แม่เลี้ยงดูหนูอย่างดีที่สุด ใฝ่หาแต่สิ่งที่ดีๆให้
ขอบคุณที่แม่เป็นห่วง และแสดงออกว่ารักตลอด ถึงแม้ว่าปีนึง เราแทบจะไม่ได้คุยหรือเจอกันเลย
(ไม่เหมือนบางคน ที่เจอหน้ากันทุกวัน แต่ไม่เคยบ่งบอกว่ารัก หรือเอาใจใส่เราเลย..)
ขอโทษที่หงุดหงิด เวลาแม่บ่น
ขอโทษที่หลายๆครั้งไม่ได้ช่วยเหลือแม่ เพราะบางโอกาสก็ขาดทุนทรัพย์เช่นกัน
แต่ก็รักแม่นะ จุ๊บๆ~
อีกหลายคนที่รัก ก็ ปู่ ย่า (ขาดสองคนนี้ไปป่านนี้ชีวิตคงเหลวแหลกไปแล้ว) อาไก่ อานา พี่พร พี่อ้อ อาแตง และที่ออฟฟิซปู่
ส่วนคนอื่น ขี้เกียจพูดแล้ว วันนี้โหมดรักครอบครัว กร๊ากก
ปล. เคืองพี่แบ๊งมาก จำไว้เลยยยยย
13 January ข ยั น เ รี ย น .. ไ ม่ ส นุ กเนื่องด้วยการอัพครั้งที่แล้วมีผลตอบรับมากมาย
จึงมาอัพต่อ ในวันที่มีอารมณ์จะอัพ อิอิ
ชีวิตการเรียนที่แท้จริง เพิ่งเริ่มต้นเมื่อเข้ามหาลัยสินะ ..
แต่ก่อนเป็นคนไม่ขยันเลย ขี้เกียจโคตรๆ ตั้งแต่จำความได้
เคยขยันเรียนแค่ตอนเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ สมัยที่แม่ยังอยู่ด้วย
หลังจากนั้นก็ดองงาน ทำวันสุดท้ายตลอด (ประถมก็เป็นแล้ว)
พอเข้ามหาลัย หลายๆอย่างก็เปลี่ยน
ส่วนนึงของพาดพิงถึงเพื่อนกลุ่ม Goddesses โดยเฉพาะ โก๊ะ
เป็นคนขยันเวอร์ จนกูกดดันนะ รู้มั๊ย - -
จนกูรู้สึกผิดว่า งานกลุ่มควรจะทำเองบ้าง ควรจะแย่งเพื่อนทำบ้าง
เพราะโก๊ะเป็นคนที่ว่า
งานกำหนดสองเดือน เสร็จในสองอาทิตย์
งานกำหนดสองอาทิตย์ เสร็จในสองวัน
แย่งงานเพื่อนทำ จนต้องแย่งทำมั่ง เลยส่งผลถึงงานเดี่ยวก็ต้องรีบทำ
เข้ามหาลัย กลับมาดองงานอีกครั้งก็ปีสามเนี่ยแหละมั๊ง
ด้วยความเสร่อ อยากเรียนกับรุ่นพี่ (โดยเฉพาะพี่รหัสตัวเอง) บ้าง
ก็ดันไปลง Understanding Fiction ทั้งที่เก็บเป็น Eng เลือกไม่ได้น่ะแหละ
งานเยอะสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
บวกกับ Critical Reading & Writing ที่ดันเรียนวันเดียวกัน และงานก็เยอะเหมือนกันอีก
กูตายยย T-T
วิชาเจย์ เลยแอบอู้เป็นบางครั้ง
ส่วนฟิคชั่น อู้แต่ต้องส่ง - -
ใครว่า ขยันเรียน ขยันทำการบ้านส่งแล้วสบายใจ
ลองมาการบ้านเยอะเหมือนกูบ้างมั๊ย? ไม่มีวันได้สบายใจ เหนื่อยทุกวัน
ปล.
อยากกลับไปชิลแบบตอนมัธยมบ้าง
สบายทุกวัน หนักแค่อาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบ
ส่งการบ้านที่หนึ่งปึก 555
อ.เกลียดขี้หน้ากูเลย สอบได้ top ก็ไม่ได้เกรดสี่ เพราะกูไม่ส่งงาน ฮ่าฮ่า (ฮือฮือ)
เกรดก็เน่ากันไป อิอิ
อีกนิด
อยากกู้ข้อมูลที่ไดฮับก่อนเวปมันปิดได้จัง
ไฟล์ไอคอนที่ขโมยชาวบ้านเค้ามาก็หายไปแล้ว
อยากเขียนไดสวยๆอีก
สวยแบบเรียบง่าย ชอบจัง
ไม่ชอบพวกลงแฟลชไว้เต็มหน้าจอ รูปนั้นนี้ สไลด์แบบงั้นงี้
วูบวาบ แว๊บๆเต็มจอ
โหลดช้า กระตุก แดกแรม ไม่ชอบ
จบ. 09 January 2 0 0 7ไม่รู้อู้มากี่เดือนแล้ว 555+
จริงๆแล้ววันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาอัพหรอก เพราะงานก็โคตรเยอะ เหนื่อยมาก ไปดูงานมา
อัพอะไรที่ผ่านไปเมื่อปีที่แล้วก็แล้วกัน
1. คนดีดี
ปีที่ผ่านมารู้สึกดีมากๆ ที่ได้เจอคนที่ดีๆมากมาย จริงๆแล้วส่วนมากก็เป็นคนที่รู้จักกันมานาน เช่น อีจีน (เพื่อนสนิทที่สู๊ดดด)
กลุ่ม Goddesses ที่ม. (ที่นับวัน คนก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น แล้วก็สนิทกันมากขึ้น) เพื่อนพี่น้องชาว FL (มิตรภาพที่หาไม่ได้จากที่ไหน)
พี่แบ๊ง (พี่ชายร่วมสาบาน 55+) ไอ้น็อต (เพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุด มาตั้งแต่ปอสาม)
และชาวเพื่อนพี่น้องในเน็ตอีกมากมาย ^^
2. คนเลวเลว
เมื่ตอนต้นปีที่ผ่านมา หลังจากวันเกิดตัวเองไม่กี่วันก็เกิดเรื่องแย่ๆ (แย่เป็นอันดับสอง นับจากตอนที่พ่อแม่ทะเลาะกันและเลิกกัน)
เรากับพ่อทะเลาะกันอย่างหนัก ถึงขั้นเลือดตกยางออก ไม่มองหน้ากันมาอีกหลายเดือน และจนถึงวันนี้เราก็ไม่เคยเข้าบ้านก่อนฟ้ามืด
และไม่เคยมากินข้าวเย็นที่บ้านเพราะนังผู้หญิงชั่วๆแค่คนเดียว
เพราะมันคนเดียวที่ทันให้ชีวิตเราพัง เกลียดมันว่ะ ใครก็ได้ช่วยแก้แค้นให้กูที
แต่ทั้งนี้ (เริ่มติดมาจากภาษาอังกฤษว่ามันควรจะมีตัวเชื่อมหรูๆ) การที่เรามีความแค้นในเรื่องนี้
ทำให้เราคิดได้ว่า
"ชีวิตกูจะต้องได้ดีให้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่กับแม่ ไม่มีคนคอยดูแล
ถึงครอบครัวจะต้องแตกแยก ถึงแม่พ่อจะทำตัวไม่ดี
แต่กูจะต้องได้ดี และต้องดีกว่ามัน
โดยที่จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่ทำตัวเป็นคนชั่วๆอย่างมัน"
ปีใหม่นี้ เพื่อนพี่น้อง เอาใจช่วยกูด้วย
3. ครอบครัวดีดี
ถึงแม่จะไม่ได้อยู่ด้วย ถึงพ่อจะแย่ แต่ครอบครัวที่แท้จริงของเรา คือปู่ ย่า อาไก่ อานา
และพี่พร พี่อ้อ อาแตง อาลภ ที่อยู่ที่ออฟฟิซของปู่
คนบางคน ไม่ใช่ญาติเราเลย และบางคนก็ไม่ได้เลี้ยงเรามาแต่เด็ก
แต่เค้าทำให้เราได้รับรู้ถึง "ความรัก"
และพวกเค้าทำให้เราเข้มแข็งมาได้ โดยที่เราไม่ต้องการให้ใครบางคนมาดูแล
รักนะ <3
4. แฟนดีดี
ก็นะ คนเป็นแฟนกันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง แล้วเวลาทะเลาะกันก็รุนแรงบ้างบางครั้ง
แต่ก็ดีใจอะ ที่มีบางคนที่พร้อมจะให้เวลากับเราเสมอ (แม้ว่าบางทีค้าจะเล่นเกมอยู่แล้วเราไปนั่งเฉยๆ)
แต่เค้าไม่เคยให้เราต้องเป็นห่วงเลย ว่าเค้าจะนอกใจมั๊ย
จะไปทำอะไรไม่ดีรึเปล่า
ที่สำคัญ ตอนนี้มีลูกด้วยกันแล้ว 2 คน o.O
ชื่อลูกดำ กับลูกขาว
จริงๆมันก็เป็นหนูแฮมสเตอร์อะแหละ แล้วตอนแรกมีลูกเหลืองด้วย แต่มันได้สิ้นชีพอย่างไม่สงบไปนานแล้ว
นั่นแหละ แต่ไม่ชอบให้ใครมารังเกียจลูก เราเลยไม่เรยกว่าเป็นตัว แต่เรียกเป็นคน 555+
สรุปปีที่ผ่านมา แม้ตามหัวข้อที่ลิสต์มาจะดูว่า เรื่องดีมากกว่าเรื่องแย่ แต่เราเองก็จะถือวิสาสะ
(ต้องถือได้อยู่แล้ว ชีวิตกูนี่) ว่ามันเป็นปีซวยอันดับสอง ในชีวิต
ลืมบอกเรื่องซวยอีกสองย่าง ขี้เกียจย้อนไปพิมพ์แล้ว
ซุ้มโดนยกเค้าก่อนสงกรานต์ ทรัพย์สินส่วนตัวข้าพเจ้าอันได้มาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง
สูญสิ้นไปราว 2xxxx บาท
และในปีนี้กพบวิกฤตการณ์ ปีสามเทอม 1
คะแนนมิดเทอม+คะแนนเก็บ สูงปรี๊ด
(ยกเว้นจีน ที่ทำให้กูได้ C ตัวแรกในทรานสคริปต์)
พอเกรดออกมา ร่วงกระจาย
ถือว่าเป็น บทเรียนบทนึงในชีวิต
จบ 22 September ซ ว ย . . ย . . อู้อัพสเปซไปนานมาก - - เนื่องจากภารกิจหลายอย่าง
อาทิเช่น สอบ สอบ และสอบ (สรุปก็มีแต่สอบ) เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่บอกว่าจะอัพ ก็ยกเลิกหมด !! 555 เพราะว่ามันนานแล้วขี้เกียจนึกแล้วนั่นเอง เมื่อวานนี้ (วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2550) เป็นวันที่โคตรๆซวย ในรอบ 1 เดือน หรือหลายๆเดือน
มีสอบตอนแปดโมงเช้า วิชา Listening-Speaking ก็เข้านอนด้วยเวลาปกติ ตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือไว้ (มันปลุกได้สามทีอะ ขอท้าวความก่อน ว่ามือถือมันชั่วมาก !! รุ่นนี้ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ แต่ใช้เพราะอารมณ์เซ็ง มือถือโดนขโมยเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา คือซัมซุง C130 หรืออะไรซักอย่างที่มันถูกๆ ขอเน้นว่าอย่าไปซื้อมัน เพราะนอกจากจะเอ๋อง่าย เวลาคนโทรเข้าตอนที่มีแมสเสจกับมิสคอลค้างอยู่จะรับสายไม่ได้ ปลดล็อคช้า ยังมีอีกปัญหาคือ ถ้าไม่อยู่ในหน้าหลัก นาฬิกามันจะไม่ปลุก!!) เนื่องจากปัญหาในวงเล็บนั่นแหละ ไอ้ที่กูตั้งไว้ ตีสี่ครึ่ง ตีสี่40 ตีสี่ 45 มันก็ปลุกกูแค่ที่เดียว แล้วคงกดผิดปุ่ม มันก็เลยไม่ปลุกอีก ตื่นอีกที 6.38 นาที !! แบบ กูจะร้องไห้แล้วอะ ตั้งสติได้ วิ่งลงไปรีดชุดนิสิต วิ่งมาอาบน้ำ ลงแป้งแล้วเดินกึ่งวิ่งไปขึ้นรถตู้ (ทั้งหมดนั้นในเวลายี่สิบนาที เร็วโคตรๆ) ขึ้นรถตู้ได้เจ็ดโมงพอดี แต่ก็นะ นิสัยรถตู้ ขับช้ารอผู้โดยสาร เอื่อยก็เอื่อย โอ๊ยยย ผ่านไป เจ็ดโมง 35 แล้วเพิ่งถึงบิ๊กคิงส์ T-T ลงรถขึ้นแท็กซี่ทันที บอกพี่ ขอซิ่งๆนะ พี่เค้าบอก ซิ่งไม่ได้หรอกน้อง เส้นนั้น ด้วยหน้าตาง่วงๆ แต่ก็ซิ่งเต็มที่แหละ แต่แล้ว ..
รถก็มาติดที่สะพานข้ามแยกแคราย ก่อนหน้านั้นก็แบบ ร้อนรนมากบนแท็กซี่ มันรนตั้งแต่บนรถตู้แล้ว คือเหนื่อยมาก เพลียมากตาจะปิด แต่ด้วยความรน มันก็ต้านกับควาเมหนื่อยของตัวเอง แล้วก็แบบ กระวนกระวาย โทรหาสรส บอกล่วงหน้า ก็ยังรนอีก สุดท้ายก็ .. แต่งหน้า สยบความรน ได้ผลด้วยเว้ย .. แต่ก็นั่นแหละ รถติดนานนนนน สรสก็โทรหาเป็นระยะๆ บอกเนี่ย เพื่อนขาดสี่คน แก้มรีบมานะ แก้ม เพื่อนมาหมดแล้ว วินซ์บอกจะรออีก 5 นาที แก้มวินซ์บอกจะรออีกสิบนาที .. ในที่สุดก็ถึง วิ่งขึ้นศร.2 ไป ค่าแท็กซี่ร้อยสี่สิบ ติ๊บไปสิบบาทรีบวิ่งขึ้นห้องไป Vince ก็ใจดีมากๆ คือกูไปตามเค้า แล้วก็ขอโทษขอโพย แบบ ซอรี่ๆ Really Sorry เค้าก็ยิ้ม ไม่ว่าไรเลย ไม่ว่าซักคำเดียวอะ รู้สึกผิดโคตรๆ แล้วก็ขอโทษเพื่อนๆที่ให้รอ กว่าจะได้สอบ - - จากนั้น ความซวยยังไม่หมด
แวะหาพี่บูมที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เอาจดหมายไปส่งให้ที่สำนักงานสะพานพระราม 8 (อยู่ใต้สะพานฝั่งปิ่นเกล้าอะ) ก็แบบ จะวีนแตกใส่ จะทะเลาะกัน ด้วยความเซ็งของเมื่อเช้า บวกกับหงุดหงิดที่บูมดูแบบ เนือยๆ ไม่ค่อยใส่ใจงานของตัวเอง ก็เอาจดหมายเสร็จ ไปขึ้น 522 (ทะเลาะกันนิดนึง) เริ่มรู้สึกแปลกๆกับรองเท้าตัวเอง แต่ก็ไม่ได้อะไร จนไปรอรถสาย 12 ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ รอรถก็โคตรรรรนานนนนมากกกก พอขึ้นรถได้ ก็พบว่า พื้นรองเท้าด้านล่าง ของรองเท้าข้างขวา ได้แยกร่างกันแล้ว เป็นสองส่วน T-T แต่ก็ เออ ขอไปธุระก่อน ลองขยับๆดูพื้นมันก็ยังโอเคอยู่นะ ขอเดินอีกนิดนึงได้มั๊ยอะ พอลงจากรถตรงแยกวิสุทธิกษัตริย์ ก็เดินๆ เดินไปแรกๆก้ไม่อะไร พอขึ้นบนสะพานพระราม8.. ได้เกือบครึ่งทาง.. รองเท้ามันไม่รักดีแล้วอะ มันเริ่ม แหก แยก ไอ้ตรงที่ติดระหว่างตัวรองเท้า กับพื้นรองเท้า ด้านหน้า มันเริ่มแยกออกจากกัน จน.. เริ่มเดินไม่ได้.. นิ้วจะโผล่แล้วววว กรี๊ดดด จนแบบว่า ต้องหยุดกลางทาง มองรองเท้าแล้วพูดว่า ขอเถอะนะ .. ขอให้ถึงที่สำนักงานมันก่อนได้มั๊ย .. แล้วพอมองลงไปตรงสะพานฝั่งที่จะลง คนเป็นพัน!!! ประมาณว่าพวกคนของพวกทหารเรือ นัดประชุมกัน เป็นพันๆ แล้วก็นั่งเต็มบันได ก็ต้องแบบ ขอทางหน่อยนะคะ ไอ้พวกนั้นก็ วีดวิ้วๆ ใส่กู อยากจะหันไปบอก มองตีนกูเสะ!! เดิ๋ยวก็เอานิ้วแหย่ออกมาเซย์ Hello เลย!! ลงไปถึงออฟฟิศ ยื่นจดหมายได้ ขึ้นแท็กซี่ไปสำนักงานปู่เลย ไม่ไหวแล้ว เช้านั้น แค่แปดโมงถึงเที่ยง เสียค่ารถไปประมาณสามร้อย T-T พอตอนเย็น หลังจากปู่ให้เงินค่าสงสารมาซื้อรองเท้าแล้ว
ไม่มีรองเท้าใส่ออกจากที่ทำงานปู่!! จะให้ใส่คู่เดิม .. กูว่าโหนรถเมล์อยู่คงมีนิ้วโผล่แน่ๆ หาเท่าไหร่ก็ไม่มี สุดท้าย .. ต้องใส่รองเท้าคนอื่นไปเดินอยู่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า แล้วรองเท้าแตะคู่นั้นอะ เก่า .. ใหญ่กว่าเท้ากูซักสามเบอร์ได้ อยากจะกัดลิ้นตายจริงๆ T-T ทุกข์ของกูวันนี้คนอื่นอ่านแล้วคงขำอะ ขนาดพี่บูมมันยังไม่สงสารเลย (หมั่นไส้ส่วนตัว) แต่แบบ อารมณ์จะร้องไห้จริงๆนะวันนั้น หมดอารมณ์กลับม.เลย เพราะ 1. เสียดายเงินค่ารถ 2. กลัวจะซวยเพิ่ม 3. เซ็ง ไม่ไหวแล้ว ก็พลาดการจับเนียร์พี่ด๊ะไปด้วยเลย (ถึงกลับไปก็คงไม่ทันอยู่ดี) ฮือ T-T วันหลังจะทำบุญเยอะๆแล้วว 20 August A7X Live In Bangkok !!!ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายมาก
ออกเที่ยวหลายวันติด หมดตูดไปทั้งเดือน
เริ่มจาก
160807 A7X Concert ที่ Studio 125, เหม่งจ๋าย
170807 รีบไปสมัครงานด่วน ที่เอกมัย
180807 งานเลี้ยงส่งพี่ซี วันเกิดพี่เต้ย (จริงๆมีพี่ยุ้ยอีกคนด้วยล่ะ) สละโสดพี่เนิร์ส ที่บ้านพี่กี้
190807 ฉลองครบรอบ 1 ปี กับไอ้อ้วน
เดี๋ยวจะทยอยอัพทีละเรื่องนะ อัพวันเดียวหมดอาจตายได้
แต่จะรีบอัพในเร็ววันเพราะความจำไม่ค่อยดี
วันนี้เอา A7X ก่อนแล้วกัน
งานนี้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ และร่วมทางไปด้วยคนนึง คือน็อต
เป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนปอสามอยู่ที่รร.ราชวินิตนี่เอง
มันแวะมาหาก่อนที่ม. ตอนแรกคือ วันนั้นไม่สามารถบอกได้เลยว่า จะไปยังไง ไปกับใคร ไปทางไหน
เพราะว่า เมี่ยวก็จะไป น้องจ๊อดก็จะไป น็อตก็จะไป
นอกจากนั้นยังมีเพื่อนอีกหลายกลุ่ม เช่นนัทกับอ๊อบ ที่เคยแอบติดไปดู Korn ด้วย
แล้วก็กลุ่มบุน ซึ่งเป็นเพื่อนของแฟนเก่า (หนูดำ) แต่ทำไปทำมาก็คุยกับบุนมากกว่า
แล้วบุนก็เป็นคนส่งเพลงให้ฟังด้วย
แต่ในที่สุดก็ไปกับน็อตแค่สองคน เพราะน้องจ๊อดไปรถเพื่อน แอบเกรงใจกัน
ไปประตูวิภาฯ ขึ้น 29 ลงจตุจักร ลงรถไฟใต้ดิน ขึ้นแยกห้วยขวาง
ต่อแท็กซี่ไปหกสิบกว่าบาท สรุปว่ารถติดชิบหาย ติดแหงกอยู่ในทางแคบๆ
สุดท้ายเลยซิ่งมอไซค์ไปกันคนละคัน คนละยี่สิบบาท แป๊บเดียว ถึง!
รู้งี้กูอุดหนุนซะตั้งแต่แรกก็ดีหรอก
(แต่มอไซค์แม่งก็จะฆ่ากูอยู่แล้ว สาด มึงไม่รักชีวิตตัวเองก็ให้กูรักชีวิตกูบ้าง
กูอยากดูคอนเสิร์ตก่อนแล้วค่อยตาย โอเคป่ะ?)
ไปถึงก็ไปหาพี่ของน็อต
ซึ่งเป็นใครซักคนของวง Imaginary Lies
(ขออภัยถ้าพิมพ์ชื่อไม่ถูก)
แล้วเค้าก็รู้จักกับ นักร้องวงแท็กซี่
ซึ่งก็รู้จักกับ ต้น ดีเซมเบอร์
ซึ่งกูก็งงๆ อยู่ดีๆกูก็เดินเข้างามพร้อมกับพวกเค้า ได้ไงก็ไม่รู้ - -
เซอร์ไพรส์กว่า คือพอเข้างานไป มีแท่งศักดิ์สิทธิ์ตามมาด้วย
(ใครจะคิดว่าจะฟังเพลงแบบนี้ เล่นพลพรรครักเอยซะขนาดนั้น)
ในบัตรระบุ ประตูเปิด ทุ่มนึง เข้าจริงก็สองทุ่มละ กว่าเล่น เกินสองทุ่มครึ่งอีก
เข้าใจแหละ คอนเสิร์ตอะ เลทเป็นเรื่องธรรมชาติ
ตอนคอนเสิร์ต อันนี้ขออัพแบบรวมๆ แล้วกัน
ตอนแรกยืนอยู่ข้างหลัง กับพวกคุณๆคนดังทั้งหลายเหล่านั้นน่ะแหละ
แอบเสียดาย - - คือโซนข้างหลังเค้ายืนแบบ นิ่งๆกัน
แล้วไอ้ช่วงนั้นอ่ะ เพลงที่ชอบๆทั้งนั้นเลย แต่ก็ต้องแอ๊บไว้ นิ่งตามชาวบ้านเค้า
ผ่านไปซักสี่ห้าเพลง เพื่อนก็ชวนไปข้างหน้ากัน
พอไปถึงได้เพลงเดียว เพื่อนแม่งบอก "สงครามเริ่มแล้ว"
เท่านั้นแหละ แม่งมอชกันอย่างเมามัน
บางคนแม่งก็นะ ผลักมั่วซั่ว ไม่ดูเลย
กูนี่แอบโดนผลักนิดนึง กูก็มองคนใกล้ๆ ด้วยสายตาประมาณว่า
"พี่คะ ขอเข้าไปหน่อย ไม่อยากเจ็บตัวอะ"
เค้าก็ตอบกลับมาด้วยสายตาประมาณว่า
"เออ น้อง พี่เข้าใจ - -"
(ต้องอธิบายนิดนึง คอนเสิร์ตแนวๆที่เราไปดู คนภายนอกดูเหมือนมันมีเรื่องกัน
จริงๆแล้วคือ มันจะมาเป็นวงๆ แล้วก็ผลักๆกัน เหวี่ยงหมัดกัน อะไรแบบนั้นแหละ
แต่ว่าแต่ก่อนคนจะค่อนข้างดูตาม้าตาเรือมากกว่านี้นิดนึง)
หลังๆแม่งเริ่มมอชกันบ่อย เลยหลบไปติดซีกซ้ายเลย
แต่แม่ง พื้นตรบขอบๆ ดันเป็นพื้นแบบ ยืนไม่ได้หวะ เอียงๆ
ลำบากจริง
เออได้ดูโซโล่ในระยะค่อนข้างใกล้ ดีแหละประทับใจ
แถมด้วยความหล่อออ 555
สรุป งานนี้ค่อนข้างประทับใจ
เพราะคอนเสิร์ตแบบนี้ บัตร 1000 นึงเทียบแล้วกับคอนเสิร์ตพวกเริ่ดหรูอลังการมันก็คุ้มอยู่แล้ว
เล่นเต็มที่ดี แต่เครื่องเสียงตอนแรกมันแอบพร่าๆแตกๆ ว่ะ
แล้วก็เล่นน้อยเกิ๊น ประมาณสิบเพลงได้ encore ออกมาเล่น Bat country เพลงเดียว กลับบ้านเฉยเลย
แอบอึ้งตรงเพลงเดียวเนี่ย! Second Heartbeat กูยังไม่ได้ฟังเลย ตอนแรกแอบหวังว่าจะได้ฟัง สรุปก็อด - -
แต่ที่งงยิ่งกว่าคือ สาวเยอะมาก
แล้วบางคนแม่ง ใส่ส้นสูงสามสี่นิ้วมาดู?
บางคนแม่ง จ่ายเงินเพื่อนมายืนกอดกับแฟน?
แถมยังมี กรุ๊ปปี้ เกาะกระจกรถ วิ่งไล่ตามรถ กรี๊ด??
คือกูเข้าใจนะว่าหล่ออ่ะ (กูก็ชอบอะหล่อๆ)
แต่ไอ้มากรี๊ดๆวิ่งตามรถนี่ผิดวงป่าววะ
แต่เอาเหอะ
ดูคอนเสิร์ตจบแล้วก็ชอบวงนี้มากขึ้นนะ ^^
เพราะว่า เล่นมันดี (ไม่ใช่เพราะหล่อเว้ย หล่ออะชอบ แต่กูก็ฟังเพลงด้วยนะ)
จะให้ดีคราวหน้าเล่นนานกว่านี้หน่อยได้ปะ?
ยังดีที่คัดเฉพาะเพลงมันๆมาเล่น ไม่งั้น เคือง!
จบ เมื่อยมือ
อยากอัพละเอียดกว่านี้แต่เซ็ง
แม่งชอบเปลี่ยนฟอนท์ไม่ไป พิมพ์แล้วกว่าจะขึ้นก็น๊าน นาน
หายเอ๋อแล้วเจอกันนะจ๊ะ 02 August R e v i e w ! !บทจะขยันอัพสเปซก็อัพมันทีเดียวสองวันติดเลย ^^
สเปซวันนี้คงเหมาะกับคุณผู้หยิงเท่านั้น (ผู้ชายอยากอ่านก็อ่านไป) เพราะวันนี้จะรีวิว มาสคาร่า!!
จริงๆแล้วก็อยากไปทำรีวิวลงในพันทิพแหละ แต่ว่าตั้งแต่มือถือหายก็ไม่มีกล้อง ไม่มีกล้องก็รีวิวแบบขาดๆเกินๆ สินะ
เพราะฉะนั้นรีวิวในนี้ให้เพื่อนๆพี่ๆอ่านกันมั่งดีกว่า
พูดถึงมาสคาร่า ต้องออกตัวก่อนว่ามันเป็นของที่ใช้ได้แค่สามเดือนหลังจากเปิดใช้ (เค้าว่างั้น)
ส่วนตัวเรา ใช้จนรู้สึกว่าเนื้อของมาสคาร่าเริ่มเปลี่ยนก็จะทิ้ง
เพระฉะนั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนกับมันมาก แป๊บเดียวก็ทิ้งแล้ว
แต่ก็อย่าไปมักง่ายกับมันมาก เพราะมันอยู่ใกล้กับตาเรามาอ่ะ อย่าเสี่ยงเลย ไม่คุ้ม
(ข้อความดังกล่าวก็เป็นคำพูดที่หาอ่านได้จากพันทิพเช่นกัน ขอบคุณพันทิพที่ให้ความรู้ ^^)
เข้าเรื่องๆ มาสคาร่าที่เราเคยใช้แบบจริงจังเลยก็มีอยู่ไม่กี่อัน
ก็มี Cutepress/Fasio/ทีเพิ่งซื้อล่าสุดก็ Spices (ซื้อตอนมันจะเลิกผลิตเนี่ยแหละ แต่มันเครือเดียวกับคิวท์เพรส คงแทนกันได้)
ส่วนที่ได้มาฟรีแล้วห่วยจนไม่ใช่กลับเป็นของแพงอย่าง Clinique โหย แพนด้าในสองชม. ทำได้ไง) แล้วก็ Estee รุ่นไหนไม่รู้
แพนด้ามากๆ
Cutepress VS Fasio VS Spices
ดูจากรูปร่างภายนอก (ต่อไปนี้ขอพิมพ์ชื่อยี่ห้อเป็นภาษาไทยเพราะว่าสเปซมันเอ๋อๆ ขี้เกียจสลับฟอนท์)
ที่ดูแล้วมีสกุลรุนชาติมากที่สุดคงเป็นฟาสิโอ้ ดูแข็งแรงทนทาน หน้าตาดูแพงๆหน่อยดี
คิวท์เพรส ฝาสีเงิน ตัวแท่งสีน้ำเงิน เป็นคอนเซปต์ของรุ่นเจทเซทเค้า ดูแก่ๆ บ้านๆไปหน่อย
สไปเซส ดูน่ารัก วัยรุ่นดี แต่ดูถูกๆไปหน่อยนะ แต่จับง่ายสุดๆเลย ^^
มาดูที่แปรงบ้าง คิวท์เพรสกับสไปเซสเป็นแปรงมาสคาร่าทั่วไป แปรงง่ายดี
ฟาสิโอเป็นหวีๆ แปรงยากอ่ะ ในความคิดเรา ปัดไม่ถึงโคนซะที - - ฝาก็ใหญ่ไป ก้านก็ยาว ปัดยากจัง
เนื้อมาสคาร่าทั้งสามตัวเป็นเนื้อไฟเบอร์ เป็นใยๆมาต่อขนตาให้ยาวหมดเลยนะ (เพราะคนใช้ขนตาสั้นชอบสูตรยาวๆ)
ผลการใช้
คิวท์เพรสกับสไปเซส ปัดง่ายมากๆ โดยเฉพาะสไปเซส ได้เปรียบที่ด้ามมันเล็ก และสั้น ปัดง่าย
ขนตาไม่ค่อยรวมกันเป็นกระจุก เรียงเส้นพอสมควร ยาวดีแต่ไม่หนา
เท่าที่จำได้คิวท์เพรสบางทีใยมันปนออกมาแบบมั่วๆมั่ง ขนตาเลยมีกิ่งก้านสาขา - - แต่แก้ไขง่ายโดยการ "ดึง" มันออกมาเลย
สไปเซสวันนี้เพิ่งใช้ ไม่มีแฮะ มีก็น้อยมากๆ ชอบมากกว่า
แต่ว่าสองตัวนี้ ไม่หนาเลย ยาวอย่างเดียวเส้นเลยดูเล็กๆ ตาก็เลยไม่ค่อยคมอยู่ดี
แต่เด้งสะใจ อิอิ
ฟาสิโอ ปัดก็ยากพอละ เลอะนิดหน่อยทีนี่แทบจะพังหน้ากูไปเลยเช็ดยากมากก ฝีมือคนปัดก็น้อยมันก็เลยไม่ค่อยเรียงเส้น
กระจุกตัวง่ายมาก มากๆๆๆ ถึงมันจะทำให้ขนตาดูหนาพอสมควรนะ แต่เราว่าเนื้อมันก็หนักไปด้วย
คนอื่นใช้แล้วเด้ง แต่เราใช้แล้วไม่เด้งอะ แถมขนตาดูหลอกมาก ปลอมๆ แข็งๆ แถมใช้แล้วดัดขนตาซ้ำไม่ได้ด้วยนะ
เพราะเนื้อมันหนึบมากก อาจทำให้ขนตาทั้งแผงหลุดตามที่ดัดขนตาได้
เวลาล้าง
น้องคิวกับน้องสไปซ์ ขึ้นชื่อเรื่องล้างง่ายอยู่แล้ว แค่ถูตากับน้ำเปล่าก็ออกหมดแล้วแหละ
แต่ก่อนตอนใช้น้องคิว พี่บูมชอบมาดึงขนตาเราเล่น สนุกมัน - -
นังฟาสิโอ ถ้าคุณไม่ใช้ที่เช็ดรอบดวงตาแบบออยล์ (อาทิเช่นยี่ห้อฟาสิโอ ลอรีอัล) ล้างไม่ออกเด็ดขาด!
ลองดูก็ได้นะ ขยี้กับน้ำดูก็ได้ รับรองว่าเสียขนตาอย่างน้อย1เส้นชัวร์ๆ
ซวยหน่อยก็อาจจะหลุดเป็นกระจุกๆ - - แต่มันก็เป็นข้อดีสำหรับคนที่จำเป็นต้องไปออกศึก
เช่น ชอปปิ้งเซลล์ 90%, รบกับแม่ค้าที่ตลาด, หรือแม้กระทั่งไปดำน้ำที่หมู่เกาะใดๆก็ตาม
รับรองว่ามันก็จะเกาะขนตาคุณไปจนเย็นจนค่ำ แต่ไม่รับรองว่ามันจะเด้งหรอกนะ หึหึ
ราคา
น้องคิวราคาประมาณเกือบ 200 มั๊ง ใช้นานจนจำไม่ได้
น้องสไปซ์ เซลล์สุดฤทธิ์เพราะจะเลิกผลิต (ไม่น่าเลยง่ะ งืดด) เหลือ 131.25 บาท เท่านั้น!
ถูกสุดตรีน แต่ห้ามไปแย่งเราซื้อที่เดอะมอลล์งามฯนะ เพราะจะไปสอยอีกอัน
ส่วนนังฟาสิโอ 300 ปลายๆ ไม่ก็ 400 นี่แหละ แพงอ่ะ แต่จริงๆแล้วเค้าเป็นบริษัทในเครือของโคเซ่นะ เพราะงั้นคงไม่แพงหรอ (มั๊ง)
สรุป
ตอนนี้ซื้อคิวท์เพรสคงคุ้มสุด เพราะสไปเซสจะเลิกผลิตแล้ว แต่เพราะเป็นเครือเดียวกัน ส่วนผสมก็จะคล้ายๆกัน
(จริงๆเราว่ามันเหมือนกันเลยแหละ แต่แพคเกจมันน่ารักกว่าคิวท์เพรส) ส่วนฟาสิโออ่ะ จริงๆแล้วชอบนะ
แต่ก็ไม่ประทับใจหลายอย่าง เช่น จ่ายแพงกว่าทำไมแพคเกจ ก็ดูเหมือนจะดี แต่พอใช้ไปเวลาหมุนๆเปิดฝา
บางทีนะ ยางที่เค้าเอาไว้อุดตรงแปรงมันก็หลุดตามมาด้วย ซึ่งถ้าแปรงทั้งแบบนั้นนะ โหย มาสคาร่าก้อนยักษ์เลย - -
ผิดหวังที่มันพังง่ายไม่สมราคาเลยอะ
ส่วนเวลาใช้ ใครอยากได้ทั้งยาวและหนา ก็ทาน้องคิวน้องสไปซ์ก่อน แล้วค่อยเอาฟาสิโอปัดทับก็ได้นะ ^^
เออ ลืมบอกอีกอย่าง อย่าไปซื้อเมบีลีนสองหัวมาใช้เด็ดขาดดดด ที่ด้านนึงสีขาวด้านนึงสีดำ โดยเฉพาะสูตรกันน้ำ
เพราะนอกจากมันจะไม่กันน้ำ แพนด้าโคตรเร็วแล้ว ด้านสีดำที่ปัดทับมันจะค่อยๆลอกในสามถึงหกชม.
แล้วคุณก็เหลือขนตาขาวๆ ยาวๆ หงอกๆไว้แทน (เอาไว้ปัดเดี่ยวๆไปงานแฟนซีก็ได้นะ เปรี้ยวดี 555 นางพญาขนตาขาว เอิ๊กๆ)
จบแล้ว เมื่อยเหมือนกันว่ะ
เสียดายน่าจะมีกล้องเนอะ ^^ 31 July ?เข้ามาอัพอีกแล้ว .. สเปซ
เพิ่งเข้าไปอ่านสเปซของพี่แบ๊งมาแหละ
(เป็นพี่ชายคนนึง)
อยู่ๆก็อยากอัพสเปซขึ้นมา
คนเราชอบบอกว่า ความสัมพันธ์ในอินเตอร์เนท มันเชื่อถือไม่ได้
เต็มไปด้วยคนที่หลอกลวง มีแต่คนจ้องจะทำร้าย หาผลประโยชน์ บลาบลาบลา
สงสัยอยู่บ่อยครั้ง ว่าคนพวกนั้นคนไม่เคยได้รับสิ่งดีๆจากในนี้แหงๆ
เราเป็นคนที่เรียกได้ว่า แทบจะมีชีวิตอยู่กับเนทเลย อย่างน้อยก็ช่วงนึงของชีวิต (ก็หลายปีอยู่นะ)
เล่นเนทครั้งแรก ที่มานั่งแชทจริงจัง ก็เมื่อตอนมอหนึ่งปลายๆ
(นับถึงตอนนี้แล้วก็ .. เอออย่านับเลยว่ามันกี่ปีมาแล้ว)
เพิ่งจะเคยเจอคนที่โกหกมาสองคน
แต่เค้าไม่ได้โกหกเพราะว่าจ้องจะเอาผลประโยชน์ หรือจะล่อลวงเรา
ปัจจุบันนี้ก็ยังคุยกับทั้งสองคนนี้อยู่
แฟนสองคนแรก ก็เป็นคนที่รู้จักกันจากในเนททั้งนั้น
แต่จากที่เคยเจอมา
คนที่เห็นหน้ากันตั้งแต่คุยกันครั้งแรก กลับเป็นคนที่หลอกลวงกันด้วยซ้ำ
และปัจจุบันก็เลิกคุยกับแม่งไปแล้วด้วย
แล้วอย่างนี้ วัดได้เหรอ ว่าสังคมที่นี่มันเลวร้าย?
ถ้าคนมันมีสติ .. มันทำอะไรคุณไม่ได้หรอก
โดนล่อลวงไปข่มขืน .. แล้วมึงฉลาดมากเลยนะที่เดินตามเค้าเข้าโรงแรม?
คิดว่าเค้าจะชวนไปโรงแรมไปตีดัมมี่เหรอ?
คนที่เค้ามีสติ มีสมองซักนิดมันคิดกันได้แหละ
เว้นแต่ว่าคุณจะมองโลกในแง่ดีขนาดที่ว่า เค้าชวนเข้าโรงแรมแล้ว .. ไม่มีอะไรหรอก ไปนั่งดูทีวีแล้วกัน
เค้าพาไปนั่งที่เตียงแล้ว .. สงสัยโซฟาไม่ว่างมั๊ง
เค้าถอดเสื้อแล้ว .. เออสงสัยมันร้อน
เค้าจับเราถอดเสื้อผ้าแล้ว .. เออเค้าคงรู้ว่าเราก็ร้อนเหมือนกัน
ช่างแม่งเหอะ!
ไม่มีไรหรอก ที่มาเขียน ดูเหมือนจริงจังมีสาระไปหน่อย
แต่ยังไงเราก็ยังรู้สึกประทับใจกับคนในเนทที่เจอมาส่วนใหญ่
บางครั้ง รู้สึกสบายใจที่จะคุยกับคนพวกนี้มากกว่าจะคุยกับเพื่อนสนิทบางคนด้วยซ้ำ
อาจจะเพราะเราไม่ต้องเห็นหน้ากัน ไปเรียนพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องเจอหน้ากัน
เค้าอาจจะเป็นผู้ฟังที่ดี (เพราะขี้เกียจพิมพ์) หรืออาจจะรู้ใจเรามากกว่าคนอื่น
ไม่รู้สิ ถ้าให้เทียบความรู้สึกกับคนที่เคยรู้จักในชีวิตจริง กับคนหลายคนในเนท ที่กลายมาเป็นเพื่อน พี่น้องกันในชีวิตจริง
เค้าไม่ได้แย่ไปกว่าอีกฝ่ายนึงเลย ดีไม่ดีอาจจะประทับใจมากกว่าด้วยซ้ำ
อยู่ดีๆ ก็มีพี่ชายที่ไม่ได้สัมพันธ์กันทางสายเลือดแม้แต่น้อย
หน้าตาก็ไม่ได้เหมือนกันเลยซักนิด
แต่เข้าใจกันทุกอย่าง รู้สึกสนิทใจเหมือนเป็นพี่น้องกันจริงๆ
หรือพี่สาว ที่ตอนนี้ไม่ได้คุยกันแล้ว แต่ก็ยังประทับใจกันอยู่
ฯลฯ
รู้สึกว่า
"รักโลกอินเตอร์เนทจัง^^" 20 July F L T r i p 0 7 ปีนี้คนอื่นอัพสเปซเรื่องทริปไปกันหมดละ
แอบมาอัพช้านิดนึง - - เพราะว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาเหนื่อยมาก
สอบ สอบ สอบ (จันทร์หน้านี่ก็สอบอีก)
ได้แต่หลับ สลบ อ่าน สลบ หลับ ฯลฯ
แต่ตอนนี้มาอัพละ (บรรยากาศปีก่อนๆ หาอ่านกันเอาเอง มีให้อ่านแบบละเอียดมากทุกปี)
ศุกร์ 13/07/07
วันนี้ขอเล่าตั้งแต่เช้าเลยแล้วกัน นิดนึง
คือวันนี้ต้องตื่นเช้ามากกกกก เพราะว่าเรียนแปดโมง แล้วต้องเอาของไปไว้ที่หอสรสก่อน
วันนั้นออกอาการเบลอมาก เพราะนอนน้อย
พี่กิฟท์ลากไปทำธุระนิดหน่อยก็ .. เบลอ มึน
ไม่ใช่ไม่อยากไปนะแต่ว่าเบลอจริงๆ
ตัดตอน
ขึ้นแท็กซี่ที่หอสรส พร้อมกับสรส แนน นัท พี่กิฟท์
เรียกแท็กซี่กันโคตรยาก ไปที่เดิม ปั๊มเดิมกับคราวที่แล้วเลย
ปีนี้ขึ้นรถปีแก่ (ปีที่แล้วก็ขึ้นเพราะว่าคันพี่ปี3/4/พี่บัณฑิตโล่งมาก)
แวะพักกันรายทางเนื่องจาก ไกล (ปราณบุรีอะ) มีคนปวดฉี่อยู่เรื่อยๆ เลยได้แวะกันบ่อยๆ
ระหว่างนั้นเพื่อนๆ พี่ๆก็แดนซ์กันไป (ตั้งแต่ลงอุโมงค์ลอดแยกเกษตร -- ซึ่งได้ข่าวว่าออกจากปั๊มนานแล้ว ยังไม่พ้นม.เลย)
แดนซ์กันไปเรื่อยย โดยที่เพื่อนพยายามลากเราเอาไปบ้าง แต่พอผ่านไปแป๊บนึงก็ได้รู้ว่า เออปล่อยแม่งนั่งไปเหอะ
ลากออกมาแดนซ์ได้สองเพลงมันก็เนียนไปนั่งต่อ)
ไปถึงกี่โมงไม่รู้ ดึกๆ
ไปถึงก็ว้ากบ้ากันทันที เปลี่ยนแผน ไม่ให้น้องนอนมันแล้ว ว้ากมันซะเลย
ปีนี้ ระเบียบเชียร์ (ทิฆัมพร) ท่าแอบน่าเกลียด
ปกติจะออกแนวขำๆ แต่ปีนี้ขอคอมเม้นท์นิดนึง เพราะตอนเห็นนี่ แอบอึ้ง!!
ประมาณว่า พี่ซี พี่ยุ้ย ที่ทำอะ สกิลสูงมาก
เป็นท่าแบบ นั่งกับพื้น เอาขาพาดคอตัวเอง (นึกไม่ออกก็ลองทำดู)
ใครใส่พระให้เอาเท้ายันไปข้างหน้า (รู้จักคำว่า "สุดตีน" มั๊ยคะ? อันนี้อ่ะสุดตีนของจริง)
แอบขำตอนไอ้หลุยส์ (หลานป้า) โดนเรียกออกไปทำ แล้วมันทำท่าได้แบบว่า ตีนแทบจะจิ้มหน้าเพื่อน
(หน้าใครไม่รู้จำไม่ได้ รู้แต่ว่าถ้าหลุยส์มันใส่ผ้าใบ คนดมตีนตายแน่)
นอกจากนี้ก็มี ระเบียบรัตน์ - - เล่นเอาน้องงง ไรวะ ระเบียบรัตน์
ส่วนมุกที่โดนใจคนอื่นมาก (แต่เราไม่ขำแฮะ เพราะเดาออก) คือมุกไทรโยค ของพี่แคน
จำได้ประมาณว่า "เค้าสอนคุณรึเปล่าครับ ที่ให้เปรียบผู้หญิงเป็นดอกแก้ว"
ไปๆมาๆ ก็กลายเป็นต้นไทร แล้วก็พอไปถึงไทรโยค ก็เล่นน้ำ *^*))^%$# ไรไม่รู้ (ปีนี้สมองเสื่อม ไม่สามารถเล่าเป็นช็อตๆได้อย่างปีก่อนๆ)
แต่ก็แอบขำไปหลายที หนีไปขำหลังพี่จุ้ย
สงสารน้องมัน บางคนขำก็โดนด่า - - (แต่เราก็ด่าด้วย แกล้งมัน ขำๆ)
แต่ปีนี้ก็เป็นปีแรก เรื่องในว้ากบ้า มีเค้าจากเรื่องจริง
คือเรื่องแต่งตัวไม่เรียบร้อย เรื่องมารยาท ฯลฯ
ช่างมันเถอะ เสียเวลา พูดกันกี่รอบแล้ว โตแล้วก็น่าจะเข้าใจซะทีนะ? (แต่เท่าที่เห็น เหมือนมีคนตะโกนกลับมาว่า "กูไม่เข้าใจโว้ย!"
เสร็จแล้วก็ปล่อยมันไปนอน ..
แต่ปีนี้ ก็เป็นปีที่ .. ไม่รู้สิ ไปทริปมาสามปี ตอนแรกปีหนึ่งก็ไม่เคยมีแบบนี้ ปีที่แล้วก็ไม่มีนะ
ไล่ไปนอน ก็ไม่นอน ออกมาสูบบุหรี่ หรือทำอะไรก็ไม่รู้?
ไม่พูดตรงนี้แล้วกันว่าทำอะไร รู้กันอยู่แก่ใจแหละ ..
หลังจากนั้นก็ไปนั่งดูเค้าคิดชื่อพระราชทานกัน เสื่อมดีปีนี้
ใช้คำว่านั่งดูจริงๆ เพราะวันนั้นบอกแล้วว่า เบลอ ไม่ได้ช่วยอะไรใครเค้าเลย
น้องๆ จะรู้กันมั่งมั๊ยนะ ว่าพวกพี่ปีสอง และพี่ปีอื่นๆ เค้าอดหลับอดนอนกัน ทั้งที่ง่วงกันจะตายเพื่อมาคิดชื่อให้น้องๆ
แต่คนที่ได้นอน ก็ไม่นอน?
ให้กูนอนแทนดีกว่า ..
ลืมบอก ปีนี้ไม่มีข้าวต้มรอบดึก
ซึ่งกูหวังไว้มากกกว่าจะมี
สรุป นอนไส้กิ่ว หิวชิบหาย
14/07/07
วันนี้น้องมีกิจกรรมแปรงฟันในน้ำทะเลกัน
ซึ่ง ตื่นไม่ทันว่ะ - - รู้สึกจะหลับกันทั้งห้อง
ตื่นมาก็กินข้าวบ้าง เดินเล่นกันบ้าง แจกชื่อพระราชทาน
ซึ่งก็ต้องมาแจกกันในร่ม เพราะว่าไม่ฝนตกก็แดดร้อนจัดเนี่ยแหละ
(ไปทริปปีนี้มีสองอย่าง แดดร้อนจนเท้าพอง กับฝนกระหน่ำจนทำอะไรไม่ได้เลย -- เป็นความผิดของฤดูกาล ไม่ใช่ความผิดน้องๆนะ)
เสร็จปุ๊บ ก็แยกย้าย รอกินข้าวเที่ยงแล้วก็เข้าฐานกัน
ระหว่างนั้นก็ไปเดินกับโจ๊กและพี่กิ๊ฟ ไปเดินดูเรือประมงกัน
เดินไปฝนก็ลงไป ลงปรอยๆได้ตลอด ต่างคนก็ต่างกลัวกล้องพัง - - (ด้วยเหตุผลต่างกันไป)
ท้ายที่สุดก็แค่เกือบถึงเรือแล้วก็ต้องเดินกลับ (แต่ก็แอบเซอร์เวย์รีสอร์ทอื่นไปด้วย)
มาถึงก็ กินข้าว แล้วก็รอ เพราะฝนตก เข้าฐานไม่ได้ - -
ระหว่างนั้น เชอร์รี่ก็วิ่งเก้บผ้าบ้าง คนอื่นๆก็วิ่งบ้าง สนุกสนานกันไป - -
เข้าฐาน ไม่ค่อยรู้ว่าใครเล่นฐานอะไรบ้าง
แต่ฐานของปีสามเราก็คือ วิ่งเปี้ยวกางเกงใน+รูปปั้น+เดือดร้อน (นิดนึง แย่งพี่ๆเค้าเล่น)
ก็คือให้เอากางเกงในกระดาษมาใส่แล้ววิ่ง แต่สุดท้ายตัดสินแพ้ชนะด้วยความชอบของไอ้ด๋อย - - (มันเอามาดมด้วยว่ะ เสื่อมจริง)
เวลาเหลือ ก็ให้ทำรูปปั้นตามที่พี่กำหนดเรื่องให้ อย่างไอ้แมวดูดนมหมา ยายขายกล้วยแขกจะคลอดลูก (น้องยุ้ยมีซาวด์เอฟเฟคด้วยอะ ถูกใจ)
พอเสร็จ ก็วางแผนว่าจะเล่นน้ำ สรุป อดเล่นเพราะว่าน้องไม่ได้เล่นพี่ก็ห้ามเล่นเหมือนกัน (ง่ะ เศร้า)
ก็เลยไปเปิดฝักบัวเล่นกันกับเชอร์รี่ตรงใต้บ้านที่นอน เพราะว่าลงสระไม่ได้ ไม่มีชุด กูเปิดฝักบัวเล่นก็ได้วะ
อาบน้ำเสร็จก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปกับโจ๊กเหมือนเดิม คุยเปิดใจกันนิดหน่อย แล้วก็กินข้าวเย็น
อันประกอบไปด้วย ปลาทูผัดเชี้ยไรไม่รู้กินยากๆ ต้มจืด (เค้าว่าอร่อย) อะไรอีกวะ ไข่เจียวมั๊ง แล้วก็ปลาหมึกผัดไรไม่รู้
รวมๆมื้อนี้โอเคแหละสำหรับเรา กินง่ายอยู่แล้ว :)
ลืมบอกเมื่อตอนเช้ามีน่องไก่ทอด (มาทะเลแต่น่องไก่ทอดอร่อยสุด เวร) ต้มยำ (จืด) ไรอีกอย่างไม่รู้ อาจจะเป็นไข่เจียวที่มั่วเมนู
แล้วก็แยกย้ายไปเตรียมการแสดง
ไอ้ที่ขำสุดก็ตอนนี้แหละ
มีคนโรคจิตโทรหาเต้ย แล้วตอนแรกทรายก็ด่าๆอยู่แบบซีเรียสมาก พอปิง ด๋อย รี่ มาคุยกับมันแค่นั้นแหละ โอ๊ยขำโคตร
ไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดยังไง เพราะมัวแต่ขำ แล้วพิมพ์ไปก็คงไม่ได้ฟีล
เอาเป็นว่ากูขำจนร้องไห้ แล้วก็ไม่ได้ช่วยเพื่อนเตรียมการแสดงเลย (เพราะไปก็ช่วยไรไม่ได้อยู่ดี ไม่ได้ฟังเพลงไทยเลยไม่รู้)
การแสดงเหมือนปีที่แล้ว แต่ไม่มีข้อถูก (อ่านต่อไป)
ถึงช่วงแสดงละ แจวกันก่อน
ปีนี้แจวน้องไม่ครบทุกคนแหละ (แต่เราก็จำไม่ได้ว่าปีเราแจวครบคนมั๊ย)
แล้วก็เริ่มการแสดงของปีหนึ่งก่อน
ตอนแรกนึกว่ามาแสดงล้อเลียนพี่เหมือนตอนเราอยู่ปีหนึ่ง สรุปแล้วก็แสดงอะไรไม่รู้อะ งงๆ มีชิปปี้ๆๆ แล้วก็อะไรอีกไม่รู้แหละ
ปีนี้การแสดงเรียงไม่เหมือนกำหนดเดิม ต่อด้วยพี่บัณฑิตเพราะว่าหลายคนรีบกลับ
ก็เล่น A Language กัน คำใบ้อย่างเช่น อ้าอูอี๋ อีอังอร เอ็งอวย ฯลฯ
เก่งกันทุกปียกเว้นปีกูเนี่ยแหละกว่าจะตีไข่แตกได้ - -
แล้วเกมนี้ก็เหมือนเลือกมาเพราะจะมาล้างแค้นพี่ปีสี่มั๊ง
สรุปก็ล้างไม่สำเร็จ เพราะตอนไปได้เกือบทุกข้อเหมือนเดิม (ยกเว้นไอป้าชูศรีเนี่ย ทุเรศเกิ๊น)
ต่อด้วยพี่ปีสี่ด้วยเหตุผลเดียวกันคือต้องรีบไป เหมือนเดิม
อันนี้เป็นเอ็มวีที่แบบ น่ารักอะ ชอบมาก
ชอบการแสดงทุกอย่างที่พี่ปีนี้ทำเลย ตั้งแต่ปีหนึ่งมา
รู้สึกว่าแบบ ขำ แล้วก็ไม่ค่อยแป้ก (น้อยมากอ่ะที่จะแป้ก)
ปีนี้เพลงแรกก็เป็นเพลงประมาณว่า เป็นักเรียนไม่ยอมเรียน ถึงเวลาก็แบบแย่งเล็คเชอร์เพื่อน
พี่เฟมเป็นเด็กเนิร์ด (หน้าตานี่แอ๊บแบ๊วมากอ่ะตอนโดนแย่งเล็คเชอร์ ขำโคตร น่าร้ากก)
พี่จุ้ยกับพี่ด๊ะเป็นประมาณเด็กหลังห้องอะแหละ
พี่รหัสชั้น ทำอะไรก็ดีไปหมด 555 (พี่ด๊ะด้วยนะ)
ชอบอะ น่ารักเวอร์ๆ
เพลงต่อไปก็ เรื่องยืมตัง
พี่ยากับพี่แป้ง เล่นคู่กัน พี่ยาเป็นเจ้าหนี้ พี่แป้งเป็นคนติดตังค์
ขำท่าเหยียบเบรคของพี่แป้งมากก
ตอนปีหนึ่งก็ไม่เคยคิดว่าพี่แป้งจะเป็นแบบนี้ (แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าความคิดเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่)
เอ๊ะ มีอีกเพลงรึเปล่าวะ?
จำไม่ได้แล้ว (ปีนี้แย่อ่ะ จำอะไรได้น้อย อดทำเรื่องทริปแบบไตรภาคเหมือนตอนปีหนึ่งเลย - -)
ต่อไปก็ของปีสาม
ไม่ได้ดูแหละเพราะมันก็เหมือนปีที่แล้ว แต่เปลี่ยนคนทำ
ไม่รู้ว่าตกลงแป้กมั๊ย แต่เอาน่า แป้กบ้างขำบ้างปนๆกันไป ^^
สุดท้ายก็เป็นของเจ้าภาพ ปีสอง
ซึ่งก็ไม่ได้ดูอีกแล้ว เนื่องจากขี้เกียจเข้าไปเบียด มุด แทรด หาที่ยืน
ได้ข่าวว่าวสนุก รึเปล่า? แต่ก็อดดูไปละ
เสียดายย
จากนั้นก็ ลงไปนั่งรอบายศรี
ตอนแรกเรากับรี่ลงไปช่วยน้องนันเอาสายสิญจน์หยอดตามหลุมที่ปักเทียนไว้
ก็เกิดปัญหานิดนึง คือ มันไม่พออะ - - กว่าจะแก้กันได้ ลุ้นแทบตาย
บายศรีปีนี้ เหมือนน้องไม่ค่อยซึ้งกันซักเท่าไหร่
บางคนก็เหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจกับที่พูดไปด้วยซ้ำ
อาจเป็นเพราะเราคงยังรู้จักกันน้อยเกินไป?
ไปซึ้งกับพี่ กับเพื่อนแทน
ถึงปีนี้จะให้พี่ที่อยากจะให้ผูก ผูกให้ไม่ครบ
แต่ปีนี้รู้สึกใจหายว่ะ
ตอนพี่เพนผูกให้ก็คุยกันแบบเศร้าๆ
รู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเร็วมากมาย
ตอนปีหนึ่ง ได้สายสิญจน์กลับมาเป็นร้อย
ปีสอง ก็ยังเป็นสิบๆเส้น
พอมาถึงตอนนี้ มันน้อยลงไปทุกที มันใจหาย
เหมือนกับเวลาที่จะได้อยู่ได้เล่นที่ซุ้มนี้มันก็น้อยลงไปเรื่อยๆ
เดินให้พี่ผูกให้อยู่แป๊บนึง
ก็เดินมาเจอกับทราย ก็คุยๆกัน เศร้าๆกัน
ประมาณว่าไม่ต้องพูดกันก็เข้าใจแหละ ถึงปกติจะไม่ได้สนิทกัน
แต่ก็เหมือนมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เหมือนๆกัน รับรู้ได้เหมือนกันโดยไม่ต้องพูดออกมา ..
รวมถึงกับเต้ย แล้วก็กับรี่ด้วยนะ
ความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ พิมพ์ไม่ถูกแหละ
แต่คิดว่าใครที่มีคงรู้ว่ามันคืออะไร ..
แล้วก็มาตั้งกลุ่มนั่งเปิดอกกันกับไอ้ปิง
เสร็จแล้วก็ไม่มีไร กินเบียร์ ย่างปลาหมึกกับรี่ ส่งสรสเข้านอน ตีสี่นิดๆก็ไปนอนเองมั่ง ง่วง หมดแรง - -
15/07/07
ตื่นมาก็กินข้าวต้ม ที่มีหมูสับ ไข่ เครื่องใน
ไอ้ข้าวต้มเวร ด้วยความหิวส่วนตัวเกือบจะเบิ้ล ดีที่ไม่เบิ้ล
แม่งทำกูท้องเสียทั้งคืนเลย แสส
กินเสร็จก็ เฉลยบัดดี้
เราได้บัดดี้คือพี่อร แล้วคนที่ได้เราเป็นบัดดี้ก็ น้องโบว์
แล้วก็หอบข้าวของขึ้นรถ กลับบ้านกัน
แวะซื้อของนิดนึงระหว่างทาง
ฝนตกหนักระหว่างทาง
แล้วก็มีคนขับรถด้วยความเร็วสูง น้ำสาดโดนรี่เต็มๆระหว่างทาง
รี่หลับอยู่เลยวีนแตกระหว่างทาง
เกิดอาการสับสนที่ลงระหว่างทาง
สรุป กูกลับถึงบ้านโว้ยย
สรุป ของจริง
ปีนี้กลับมาจากทริปแล้วรู้สึกว่า
น้องๆมันเข้าใจกันรึเปล่าวะว่าที่ไปทริปอ่ะ ไปทำไม
ไม่ได้ให้ไปกินเหล้า ไปเมา เฮฮากันอย่างเดียวนะเว้ย
น้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของการไปทริปกันมั่งรึเปล่าวะ?
แล้วถ้าปีหน้าจัดกันไปแบบไม่เข้าใจกันแบบนี้
แล้วจะออกมาเป็นยังไงนะ?
ไม่แปลกใจที่ ทำไมพี่ๆถึงเริ่มรู้สึกกันว่ามันเปลี่ยนไป
เข้าใจที่ ทำไมที่บางคนถึงบอกว่าจะไปทริปปีนี้เป็นปีสุดท้าย
แต่ยังไง ปีหน้าก็คือปีหน้า มันยังไม่เกิด
ก็หวังว่าจะมีซักกลุ่มที่เข้าใจ ว่าทริปมีทำไม ทริปมันคืออะไร
แล้วเอาไปถ่ายทอดให้เพื่อนๆ
แล้วก็หวังว่าปีหน้า .. คงไม่เป็นอย่างที่ใครๆกลัวแล้วกัน
ยาวมากแล้ว
จบ.
25 June Y e a h !!Last Thursday something happened
I've got เหรียญเรียนดีประจำปี !!!!
Sorry for being so stupid, but I really don't know how to call it in English - -
I was so proud ! If you're my old friend, you'll know that when I studied at KMS, I've never had anything like this.
Maybe cuz I was so lazy, I hated too much teachers, so they hated me too! HAHA
But I was really proud! There are many reasons why I am so proud of it (this sentence makes me think of
how to write a topic sentence in writing course)
First of all (hehe I always use this word in exams, and it works!) ,this is the only thing that bitch can't copy me.
This is the main reason that I have to work hard (Don't believe me I'm lying) to get good grades.
I know that bitch try to copy me everything, but this is the only thing she can't! (and so as her son)
I don't wanna blame the child, but he's kind of a lazy boy.
That bitch used to send him to a Bilingual Program, but finally, Thai Program suits him better.
All he could did while he was a bilingual program student was .. something like <2.25 though he was a primary school boy!
(I'm not sure, but maybe 23th out of 25th)
Second, I wanna make my grandpa and grandma happy.
I know they love me a lot, maybe more than someone who live in the same house as me.
I know they have many serious things, and as a good niece, I have to make them relax!
In fact, maybe because I love them more than my parents, I do this for them.
Hope they'll like it!
(Hope my uncle will, too!)
Well, I've already forgotten about the third, forth , and others.
So let's stop here! hahahaha
09 June I f o n l y I c o u l d . .It has been so long since I had a fucking big argument with my dad, and err, that bitch.
And it has been so long that I had to stay away from what people called "home (for me it's just a house, not home) duruing daytime)
At first, I thought it was bad that I had to find some new places to go everyday, but now I already used to it.
How do I feel now? So fucking happy when I'm not at that place!
I don't have to see those faces, which make me wanna throw my shoes at (but I think my ฿199 shoes worth too much to do sth like that).
I love to be at my uni, my FL, I love FLs, and my boyfriend. They never left me alone.
LOVE, LOVE, LOVE,
I want to tell it to everyone who is so kind to me!
Today, shit happened at the evening.
I saw a brand new notebook downstairs, yeah, I thought, whose?
But I didn't care, I just went to my room and watched my TV.
Then, my dad knocked at the door.
He handed me some money and some donuts, and said
Take it, and use it.
And also gave my and envelope, whish there was some money inside, and asked me to take it to the cremetion on Monday.
I don't want that money, OK?
And I never want you to give me some money though you bought that notebook for anyone!
Why don't you understand that money can't buy me?
I don't care though you want to buy anything for someone!
Cosmetic, or any stuff!
I've got my money and that's enough for me to live without your money for months!
Just pay me as you have to pay, please.
Don't ever think that pay me more can make me love you more.
No! Never! What you did means you're looking down on me!
What I need is my real dad, don't you understand?
I want my daddy back! Not a monster like you!
You have killed him since you left my mom and me to that bitch!
I hate you, and that bitch!
Please, don't make me feel worse to live in this house.
I wanna go away from this place everyday.
I think of this every night, and wanna cry out every time I think of this.
Just bring my daddy back, or let me go, please.
Don't make me feel worse to stay alive.
Or someday, I will return this life, that you have given me, back to you.
Only one day,
I wish I could turn back time,
to the time that I was young,
staying with my family,
laughing,
hugging,
one another,
please. 04 May B a g T a gโดน Bag Tag มาแหละ .. จากพี่ซี
(เดี๋ยวปรากฏว่าเค้าหมายถึง แก้ม อื่น อีนี่ก็หน้าแตกไป ไม่เป็นไร กูอยากอัพ!)
เพราะฉะนั้น เราก็มาเปิดกระเป๋ากัน
แต่ .. ปัญหาอยู่ที่ว่า กูเปลี่ยนกระเป๋าไปทุกวันนี่สิ - -
เอาเป็นว่าหยิบมาใบนึงละกัน
(ไม่ใส่รูปนะ ไม่มีกล้องจะถ่าย)
อย่างแรก ก็ต้องกระเป๋าใบใหญ่ก่อนเนอะ
เอาใบนี้แล้วกัน สีฟ้า สายเหมือนผ้าปูนอนเด็ก หรือผ้าห่มเด็ก (เตยบอกมาว่างั้น ตอนปีหนึ่ง)
ยี่ห้อเหรอ Hollister ซึ่งสันนิษฐานว่า ปลอม! ถึงจะซื้อมาแอบแพง (แปดร้อยมั๊ง ที่สยาม ไปเจอที่เจๆ หกร้อยเก้าสิบ -- แพงอยู่ดี)
ช่องเยอะแยะ สับสนงงงวยชีวิต จนบางทีก็แอบงงว่าด้านไหนกันแน่ที่กูใส่ของไว้ (วะ) ก็เลยสังเกตจากซิบเอา ..
มาดู (ไม่มีรูป?) ด้านในกันๆๆ
อย่างแรก กระเป๋าตังค์ Parcel รูปเทปคาสเสท ของฝากจากอาไก่ บินมาจากอเมริกา (พูดให้ดูดี แต่คนใช้นี่แบบโลว์โซมากๆ)
ใส่ทุกอย่าง เป็นซิบใบแบนๆ ใช้แทน Roxy ใบนั้นที่ไปพร้อมการยกเค้าแล้ว ..
ข้างในตอนนี้มีบัตรเดบิตกสิกร บัตรนิสิต บัตรนศ.ราม บัตรคิวท์เพรส (เอาไปใช้โปรฯวันเกิดมา) บัตรเดอะวัน วาย การ์ด
และแน่นอน ไม่มีบัตรประชาชน! (กูเป็นคนเถื่อนมาเกือบเดือนละ ลืมเรื่องทำบัตรปชช.มาอาทิตย์นึงเต็มๆแล้ว)
เงินนิดนึง เหรียญเยอะหน่อย (ตามประสาคนจน) ตั๋วรถเมล์ทะลัก (พาหนะของไฮโซเยี่ยงดิชั้น)
โทรศัพท์ ซัมซุง รุ่นไรไม่รู้ รู้แต่ดูดีสุดกว่าทุกยี่ห้อในราคาประมาณสองพันบาท ซื้อมาใช้เพราะเครื่องเก่าโดนยกเค้าไปเช่นกัน ..
ต่อมา ทิชชู่ ชอบใช้ของ watson's แหละ ไอ้พวกพิงค์แพนเต้อ หนาดี ถูกดี ชอบ!
ต่อมาอีก กระเป๋าเครื่องสำอาง ของ LeSportSac ซึ่งไม่รู้ว่าแท้มั๊ยเพราะไม่รู้ย่าโดนต้มมารึเปล่า (ย่าเอามาฝากอีกแล้ว
คาดว่ามันมาจากหลังการบินไทย -- ก็คงปลอมแหละ) ด้านในก็มีหลักๆนะ แป้ง Camella พี่กิฟท์แนะนำมา แต่ตอนนี้อาจจะต้องเปลี่ยน
เพราะไม่แน่ใจว่ามันเป็นต้นเหตุของสิวผดบนหน้ารึเปล่า (แต่เนียนดีนะ ไม่วอก ไม่เป็นคราบ) ตลับก็ถูกโมดิฟายใหม่ (โดยกูเอง)
เพราะของเก่าไม่สวยไม่ชอบ เอาสติ๊กเกอร์แปะโทรศัพท์มาแปะเล่น ตอแหลดี, บลัช MAC สี Fleur Power ชมพูส้ม อาช่วยออกตังค์ซื้อวันเกิด,
แปรงปัดบลัชแบบพกพาของ OP, Tint ทาได้ทั้งแก้มและปาก ของ Missha, ลิปกลอสโคตรอร่อย รส Strawberry Watermelon
ของ Smacker อานาซื้อมาฝาก, สเปรย์น้ำแร่ขวดเล็กของ Cutepress เพิ่งซื้อมา เพราะอากาศร้อนๆ เหนอะๆ
และบางวันมันก็จะมี ที่ดัดขนตาของร้าน Cosmeda ถูกและดี, อายไลเนอร์ Cutepress ตี้ให้มา ติดทนนะ ถ้าไม่ร้องไห้หนักๆ,
อายไลเนอร์ดินสอ ยี่ห้อไรไม่รู้ อานาซื้อมาฝาก, และ มาสคาร่า Fasio ล้างออกยากที่สุดในโลก -- แต่เรื่องเด้งนี่ชนะเลิศ!
ต่ออีกนิด ผ้าเช็ดหน้า บางวันเอามาก็ไม่ได้ใช้ บางวันก็มีสองผืนเพราะของวันก่อนลืมเก็บ บางวันก็ไม่มีเลย บางวันมีแต่ใช้ไม่ได้เพราะหล่นพื้น ฯลฯ
อีกอย่าง ขาดไม่ได้ หวีสับ Evita Peroni เข้ามหาลัยเค้าเลิกใช้กันแล้ว แต่เราติดหวะ กลัวผมกระเซิง (ก็ไม่ช่วยไรอยู่ดี ยุ่งเหมือนเดิม)
แล้วก็ (ไม่หมดง่ายๆ) คีย์การ์ด กับกุญแจห้องแฟน ไม่ค่อยสำคัญแต่สำคัญ เวลาไม่มีตังค์กลับบ้าน ไขไปหยิบใช้เองได้เลย (คืนทีหลัง)
บางวันก็มี แฟลชไดรฟ์ (ซึ่งตอนนี้ไวรัสแดก) ของ Lenovo ย่าแอ๊ดให้มา ปีใหม่
วันไหนไปเรียนก็มกระเป๋าดินสอด้วย อย่าไปยุ่งกับมันเลยนะ - -
จบแล้ว! ดีใจมั๊ย? สังกตได้ ส่วนมากก็ของฝากจาก อาๆ ย่าๆ ทั้งนั้นแหละ - - จนว่ะไม่มีปัญญาซื้อเอง
(ไอ้ที่ซื้อมาเองโดนยกเค้าไปแล้วแหละ)
ต่อไปเป็นรายชื่อคนโดน Bag Tag กติกาคือ เปิดกระเป๋าตัวเองมาสาธยายว่ามีไรมั่ง ถ้ามีกล้อง ถ่ายรูปมาลงด้วย!
1. อิเบญ (อีกแล้ว)
2. หมูโบ (คราวที่แล้วแทคซ้ำซ้อนนะแก)
3. โก๊ะ (อย่างน้อยต้องมี่ทิชชู่!)
4. เชอร์รั่ (บอกมาให้หมดนะว่ากระเป๋าดินสอมีอุปกรณ์ไรมั่งที่พกมาแต่ละวันอะ)
5. พี่ทอม (อย่าตกใจ! พี่ทอมเนี่ยแหละ อยากรู้ว่าผู้ชายเค้าพกอะไรกันบ้างอะ -- หวังว่าอ่านๆไปคงไม่เจอ ทิชชู่,_ _ _ _ _ _
นะคะ 5555+ ล้อเล่นนะคะพี่ทอม อย่าโกรธนะ)
อัพด้วย ไม่อัพโกรธ. 26 April ข โ ม ยไม่ได้อัพนานมากแหละ ด้วยเหตุผลบางประการ
เพราะช่วงนี้ชีวิตมันมีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นเยอะ .. จนบางที .. แม้อยากจะระบาย แต่ก็ไม่อยากจะพูดถึงอีก
เซ็งว่ะ
10 เมษายน 2550 วันเกิดน้องปอ น้องรหัสที่เกษตร กับไอ้เมี่ยว เพื่อนกูที่เกษตรอีกเช่นกัน
มาแบบแฮปปี้ ลงท้ายด้วยการโดนยกเค้าที่ซุ้มขณะไปรดน้ำขอพรอาจารย์เนื่องในวันสงกรานต์
งานนี้โดนยกไปหกคน ได้แก่ น้องนัท (แฟนแนน) น้องดล น้องฟ้า น้องหนิง และน้องอะไรอีกคนนะ (ลืม) และคนสุดท้ายคือกูเอง - -
เซ็งเลย ทั้งกระเป๋าตัง ทั้งมือถือ แม่งต้องมาเอาวันที่มีเงินเยอะด้วยนะ (เพราะยังไม่ได้ไปฝากตังค์) ทีวันที่กูมีหกสิบไม่มาเอาวะ?
เงินสด เฉพาะของเรา สองพันเจ็ด ค่ากระเป๋าตัง (ขอคิดหน่อยเหอะเก็บตังซื้อมาเองเลยนะเว้ย T-T) พันหก มือถืออีกหมื่นสาม
โอ๊ยย เงินสดกูไม่เสียดายเลย มึงทิ้งกระเป๋าตังกูไว้ได้มั๊ย? มือถือมึงอยากได้นักก็เอาไป ขอเมมกูไว้ได้มั๊ยยย
เศร้า T-T
แต่วันนั้นก็ซึ้งน้ำใจใครหลายคน อาทิเช่น พี่เฟม โจ๊ก ปิง ที่ให้เราอาศัยแท็กซี่ไปเดอะมอลฟรี (ไปรอแฟนมารับไปซ้ำเติม)
และอีกคนเลย เชอรี่ ทำซึ้ง เดินมาเอาเงินใส่ในกระเป๋าเราห้าสิบบาท แล้วบอกว่า ยังไงลองดูที่กระเป๋าดูนะ เราช่วยได้แค่นี้จริงๆ (ประมาณนี้นะ)
ซึ้งจายยยยยยยยยยย
รวยถึงคนอื่นๆที่แห่กันไปให้กำลังใจคนที่โดนยกเค้าโดยเหมารถตู้คณะไปกัน
แต่กูก็เกลียดตำรวจบางเขนด้วย กวนตีน ถามมาได้ รู้เปล่าใครขโมย? เอ้ากูรู้แล้วจะมาแจ้งความหา ... เหรอ (แล้วดันถามเหมือนกันสองคนด้วยนะ)
ส่วนตำรวจ ญ ตอนแรกก็ใจดีๆ พอซักพักให้การเสร็จ ลงบันทึกจะกลับละ มาใช้น้องดลยกเก้าอี้ซะงั้น เอ้า .. เอาเข้าไป
ส่วนวันอื่นๆ ก็มีเหตุการณ์แย่ๆอีก แต่เริ่มลืมๆไปแล้ว เออช่างแม่งเหอะ เรื่องไม่ดี กูไม่จำก็ได้ (วะ)
แล้วก็วันนั้น วันที่เท่าไหร่วะ พฤหัส ศุกร์ ที่แล้ว
ไปทำงานที่อิมแพคมา งานด่วนเพราะคนที่ทำอยู่ก่อนเค้าป่วยหนัก - -
สนุกดี งาน BIG BIH ไปอยู่บู้ทที่เค้าทำเทียนส่งออกนอกอ่ะ
เทียนสวยยยยยยยย บู้ทสวยมากกกกก
หลงรักบู้ทตัวเอง อยากยกกลับมาบ้าน
แต่งานนี้ห้ามถ่ายรูป (และไม่มีมือถือจะถ่ายแล้วด้วย)
ชอบว่ะ เงินดีจัง สองวันสองพัน ตุลาพี่เค้าบอกจะให้ไปทำอีก ^^"
คราวนี้ ขอสี่วัน สี่พัน นะคะ ^^
ส่วนเรื่องแฟน รักกันดี ปานจะ ... (เติมเอาเอง)
พาร์ทนี้ใส่ไว้ เผื่อใครบางคนมาอ่าน อยากรู้ว่าคู่เราเป็นไง จะเลิกในเร็ววันป่ะ
ไม่เลิกง่ายๆหรอก หุหุหุ
ตอนแรกจะอัพเรื่องไรไม่รู้ อัพเรื่องขโมยเลยลืม ยกไว้คราวหน้าแล้วกันนะ อิอิ 29 March คุ ก...
...
...
...
...
.
.
.
...
...
...
...
...
.
.
.
ไม่ได้กวนตีน
แต่อัดอั้นตันใจ ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไง
เขียนไป .. คนที่ไม่เคยเจอ .. คงไม่เข้าใจ
.
.
.
ต้องการอะไรเหรอ?
.
.
.
คำตอบ: อิสระ
.
.
.
ใครก็ได้ ช่วยพาออกไปจากคุกที
.
.
.
?
23 March เ รื่ อ ง ร้ า ย ๆเฮ้อ เศร้าว่ะ
ช่วงนี้แม่งชีวิตไม่ค่อยมีอะไรดีเลย
รู้สึกว่าตัวเองเศร้าๆ ได้ตลอดเวลา
รู้สึกเหงาๆ อยู่ตลอดเวลา ถึงรู้ว่าก็ยังมีคนอยู่ข้างๆ
ทำไมวะ?
เมื่อวาน พี่บูมบอกว่า สิ้นเดือนนี้แม่จะให้ไปอยู่บ้านด้วยกัน แถวบางกรวย
ก็แค่ย้ายบ้าน ..
ทำไมกูรู้สึกเหมือนว่ามันจะต้องห่างกันไป
ไอ้ที่เจอกันบ่อยๆ ก็จะน้อยลง
ที่นั่งเล่นกันจนเย็นจนมืดก็คงน้อยลง
ไม่รู้เป็นอะไร
รู้ตัว ว่าคิดอะไรไปเอง ทั้งที่มันไม่เกิด
แต่หลังจากที่ทะเลาะกับพ่อ ก็รู้สึกเหมือนเค้าเป็นที่พึ่ง
ก็อยากอยู่กับเค้าตลอด เพราะอยู่แล้วสบายใจ
แต่พอเค้าจะย้ายไป เวลาส่วนตัวเค้าก็คงน้อยลง
อยู่ไกลขึ้น ไปมามหาลัยลำบากขึ้น
ถึงเราจะไปทางนั้นได้ด้วยระยะเวลาพอกันกับมามหาลัย แต่มันก็รู้สึกไม่เหมือนกัน
อย่างน้อย เค้าอยู่หอที่นี่
เราไปหาเค้าเมื่อไหร่ก็ได้ เค้าอยู่กับเราจนถึงเมื่อไหร่ก็ได้
เค้ายังไม่เลิกเรียน เราก้ไปนอนเล่น ดูทีวีเล่นได้
มีกุญแจอยากไปเมื่อไหร่ก็ได้ เบื่อบ้านก็ไปอยู่ได้
แต่นี่ก็คงไม่ใช่
ถึงจะไปได้เหมือนกัน (เพราะเคยคุยกับแม่เค้าแล้วแม่เค้าก็เคยชวนไปเที่ยวบ้าน)
แต่ก็คงไม่เหมือนกัน
ไม่อยากให้เวลาของเรามันน้อยลงเลย
ตอนนี้ยิ่งรู้สึกเหงา ยิ่งต้องการเค้า เหมือนกับเค้าเป็นที่พึ่งหลักของเราตอนนี้
ไม่อยากให้เค้าไปไหนไกลเลย ..
วันจันทร์นี้เค้าจะฝึกงานแล้ว .. ดีที่ว่าฝึกแถวแคราย .. แล้วเราก็มาเรียนซัมเมอร์
เดี๋ยววันไหนไม่มีสอนพิเศษจะอยู่รอเค้าดีกว่า
เพราะเค้าขอแม่อยู่หอจนถึงฝึกงานเสร็จ ประมาณปลาย พ.ค.
ต้องใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มๆ
อีกเรื่อง
เมื่อคืนพี่บูมโทรมาบอกว่า ไอ้เหลือง (หนูแฮมสเตอร์ตัวเมีย ที่ซื้อมาพร้อมกับไอ้ตัวดำ พี่บูมให้เป็นของขวัญวันเกิด
แล้วก็เลี้ยงให้ด้วย เราไปช่วยเลี้ยงกับไปเล่นกับมันที่ห้องมันอ่ะ) มันคลอดลูกแล้ว
แต่ว่าตัวแรกถูกแม่มันกินไปนิดนึง (เป็นปกติสำหรับท้องแรกของหนู)
พอซักพัก พี่บูมโทรมาบอกว่า ออกตัวที่สองแล้ว แต่เลือดมันออกเยอะมากเลย แล้วตัวที่สองก็เหมือนจะไม่รอด
ตัวที่สาม .. ออกมา .. เหมือนตัวใหญ่ผิดปกติ แม่มันเหมือนเหนื่อยๆแล้ว
พอเมื่อเช้า เจ็ดโมงกว่าๆ พี่บูมโทรมาบอกว่า มันตายแล้ว ลูกหนูอีกสามตัวก็ตายด้วย
เค้าบอกว่า ตอนแรกไอ้เหลืองมันนอนหายใจอ่อนๆ พอพี่บูมไปหามัน เอาน้ำมาให้ มันก็ทำเหมือนกับจะกินแต่กินไม่ไหว
พอพี่บูมเดินออกมาจากมัน มันก็สิ้นใจตาย ...
โคตรเสียใจเลยอ่ะ .. ทำไมมันไม่รอให้รอไปเจอมันบ้างนะ
เสียใจมาก ไม่อยากให้มันตายเลย
ตายตั้งแต่ท้องแรก ..
เพิ่งอยู่ด้วยกันมา 1 เดือนกับ 12 วันเอง ..
มาอยู่ด้วยกันเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2550
วันนี้ 23 กุมภาพันธ์ 2550 มันก็ไปแล้ว ..
จะรีบทิ้งกันไปไหนนะ ..
ไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ .. เราเลี้ยงมันไม่ดีเหรอ .. มันถึงรีบจากไปแบบนี้
เสียใจมาก เพราะตัวนี้เป็นตัวที่หน้ารักมาก ตัวสีเหลือง ตาสีแดง
ค่อนข้างเชื่องกับคน น่ารัก เล่นได้ ลูบได้ ไม่เหมือนไอ้ดำ ที่มันชอบหงุดหงิด ชอบกัด ชอบดื้อ
เสียใจมาก เมื่อเช้าพอวางหูเสร็จร้องไห้เลย
ตอนเช้าเลยแวะไปดูมันที่ห้องก่อนไปหาพี่บูมที่ม.
เห็นศพมันแล้วน้ำตาไหลอ่ะ
ที่ท้องเลือดเต็มไปหมด ..
ตอนตายคงทรมาณมาก คงเจ็บมากอ่ะ ..
พี่บูมบอกว่า ดีแล้ว ไม่งั้นมันจะทรมาณมากกว่านี้ มันไปสบายแล้ว
มันก็เสียใจเหมือนกัน เพราะมันก็รักตัวนี้ ..
ก็เอาผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมไป (ลายแฮมสเตอร์ด้วยนะ) ห่อมันกับลูกอีกสองตัว (เพราะตัวแรกพี่บูมมันเอาไปทิ้งแล้ว เราไม่รู้)
เอาไปให้ไอ้ดำมันเจอครั้งสุดท้ายแป๊บนึง แล้วใส่ถุงพลาสติก มัดปาก กันกลิ่นออก
ใส่ถุงกระดาษ แล้วเมื่อกี๊กลับบ้านมา เพิ่งเอาไปฝังไว้หน้าบ้านพร้อมกับลูกๆ มันอีกสองตัว
แย่ว่ะ .. คิดถึงมันว่ะ
ไม่น่ารีบจากไปเลย เพิ่งมาอยู่ด้วยกันไม่นานเอง
ตอนแรกก็บอกพี่บูมแล้วว่าเราชอบนะ แต่ไม่อยากเลี้ยงเพระกลัวมันตาย (เคยเลี้ยงแล้วมันตายก็มานั่งร้องไห้แบบนี้)
แต่สรุปเดี๋ยววันอาทิตย์ก็ไปซื้อตัวเมียมาใหม่ เพราะไอ้ตัวดำมันหงอยๆ มาก มันคงรู้แหละว่าแฟนมันตายแล้ว
มันก็คงเหงา .. คงไม่มีเพื่อน
ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวจะพาตัวใหม่มาอยู่ด้วย
เอาเหมือนเดิมนะ .. ตัวสีเหลือง ตาสีแดงเหมือนเดิมนะ ^^'
เพราะแม่ก็คิดถึงมันเหมือนกันแหละ ..
ตอนฝันนี่อยากจะจับมันมาหอมเล่นเหมือนตอนมันยังไม่ตายอีกซักครั้ง .. แต่ทำไม่ได้แล้วแหละ
ลาก่อนนะ ..
เกิดมาอยู่ด้วยกันใหม่อีกนะ ..
คิดถึงมันจริงๆ เลยนะ
เศร้าว่ะ เหี้ย 18 March T a g อี ก ล ะมาอัพอีกแล้ว
เนื่องจากมู๋โบ ไม่รู้ว่าคนที่โดนแทคแล้วไม่ให้แทคซ้ำ
มาแทคกูซ้ำซะงั้น - -
แต่ไม่เป็นไร ได้ งั้นห้าเรื่องที่จะเล่าวันนี้ ขอเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในชีวิตแล้วกัน
1. ทะเลาะกับพ่อ
ช่วงนี้ถ้าใครเห็นเราหาเรื่องไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ อยู่มหาลัยไม่ยอมกลับบ้าน ไปเดินเปิดท้ายได้นานผิดปกติ
คือว่าอยู่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้าน ก็ขอให้เข้าใจไว้ว่า ทะเลาะกับพ่อนะคะ ทะเลาะกันครั้งรุนแรงมากที่สุด
จนตอนนี้ ไม่อยากจะคุย บ้านก็ไม่อยากอยู่ ไม่กลับมากินข้าวเย็น ฯลฯ
แล้วอะไรรู้มั๊ยคะ ทะเลาะคืนก่อนสอบ Structure !! คือกูจะหลับแล้วตื่นมาอ่านหนังสือน่ะค่ะ กลายเป็นต้องตื่นมาทะเลาะกับพ่อ
เพราะฉะนั้น กูเลยไม่ได้ A!!! (โบ้ย)
2. รักแม่
ตอนแรกก็กะว่า กูทะเลาะกับพ่อ นอกจากปู่ย่าคุณอาและพี่ๆทั้งหลายที่ออฟฟิศพ่อแล้ว เราก็จะรักแม่มากที่สุด
แต่แล้ว .. ความคิดนั้นก็น้อยลง เมื่อแม่โทรมาหา ถามว่า
แก้มๆ ช่วงนี้มีเงินมั๊ยลูก จ่ายค่าโทรศัพท์ให้แม่เดือนนึงนะ
แก้มๆ พอจะมีเงินมั๊ย แม่ขอมาหมุนซักห้าร้อยนะ ช่วงนี้แม่ลำบากจริงๆ
..
3. (เริ่มคิดไม่ออกแล้วว่ะ) รักแฟน
พรุ่งนี้วันที่ 19 ละ เป็นแฟนกับพี่บูมครบเจ็ดเดือนแล้ว (เร็วมะ เหมือนจะเร็ว แต่ก็เหมือนจะนานสำหรับเรา)
ก็รักอ่ะแหละ ไม่ใช่ดิ รักๆ ถึงจะทะเลาะกันบ่อยหน่อย (ช่วงก่อนหน้านี้)
ด้วยความที่ว่า มันว่าเราดื้อ เราก็ว่ามันบางครั้งก็งี่เง่า
อะไรหลายๆอย่าง
แต่ก็พยายามปรับตัวเข้าหากันอยู่
ช่วงนี้ ถึงเวลาไปหาจะต้องไปนั่งเฝ้ามันเล่นเกมส์ แต่ว่าอีกไม่นานมันจะฝึกงานแล้วอ่ะ T-T ทำไงดีวะ
คือเป็นแฟนที่ทำให้กูรู้สึกว่า กูอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ เพราะเจอกันอาทิตย์ละหกวัน (ตอนเปิดเทอม)
กินข้าวเที่ยงด้วยกันเกือบทุกวัน ข้าวเย็นก็เกือบทุกวัน
เสียนิสัยโคตร - - แล้วถ้าปีหน้าจะไปเวิร์คจะทำไงวะเนี่ย
4. เซ็งเกรด
เกรดออกมาหลายตัวแล้วแหละ ตัวที่หวังจะได้เอ (ทั้งนั้น) ออกมาสามตัว กู B+ สไตรค์ไปแล้ว T-T
กลับกันกับเทอมก่อน รู้คะแนนตัวแรกไม่ดี ตัวหลังมาก็โอเค
เทอมนี้ L-S กูมีแนวโน้มจะได้ A นอกนั้นมา B+ หมดเลย กรี๊ดดดดดดดดดด
แล้วไหนจะ มิตโต ไบเบิ้ล ที่กลัวว จะได้ C ขึ้นมาอีก
โอ๊ยย เครียด วันแรกเห็นเกรดแล้วแบบ อารมณ์เสียโคตร T-T
5. กูจะเป็นพี่สอนพิเศษแล้วนะ
(แต่พอเห็นเกรดเทอมนี้แล้วค่อนข้างอับอายน้องที่จะไปสอนจริงๆ T-T) สอนอังกฤษเด็กห้าคนแหนะ
ดีใจว่ะกูจะมีรายได้อีกแล้ว!! จะเก็บเงินไปซื้อโน้ตบุ๊ค ไว้หอบมาเล่นนอกบ้านกับไอ้อ้วน
ไม่ก็ตั้งในห้องจะได้ประหยัดเนื้อที่ในห้องด้วย เพราะโต๊ะคอมที่บ้าน ตอนมาตั้งเค้าทำไงไม่รู้
ตั้งคอมเซทนึงกินเนื้อที่ไปสองโต๊ะเต็มๆ - -
ห้องกูแคบลงไปเยอะเลย
อยากได้เงินมาใช้แล้ว เผื่อปีหน้าได้ไปเวิร์ค จะได้มี web cam ไว้คุยกับไอ้อ้วนด้วยย
จบ.
กติกา ไปดูที่บล็อกอันก่อนนะจ๊ะ
ส่วนผู้ที่ซวยถูกแทคต่อได้แก่
1. พี่จูจู้ ณ ลำปาง ตอนแรกจะแทคตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แล้วลืมอ่ะ ตอนจะพิมพ์ชื่อคนแทคลืมซะสนิทเลย
เอาฮาๆด้วย ไม่ฮานี่ผิดตัวนะ
2. แน่นอน พี่รหัสมาแล้ว น้องรหัสตามมาด้วย น้องปอจ๊ะ อัพนะลูก
3. และแน่นอนต้องไม่ลืมน้องรหัสที่เขมะฯ แจมแมมด้วย อัพนะจ๊ะ
4. พี่ปุ่นแล้วกัน อัพภาษาอังกฤษก็ได้นะคะ เผื่ออยากให้ใครบางคนอ่านด้วย อิอิ (อัพในมายสเปซก็ได้ค่ะ)
5. พี่ปุ่นแล้วก็ ปี้โม๊ะ (พี่มด) แล้วกัน ^^"
อย่าลืม !! กติกาไปดูบล็อกคราวที่แล้วนะคะ ส่วนใครที่ว่าเราเอาเรื่องไม่ลับมาอัพ กรุณาไปอ่านบล็อกคราวที่แล้วเช่นกัน
เพราะกูอัพแล้ว!! แล้วโดนแทคซ้อนอ่ะ - -
และ ใครในรายชื่อดังกล่าว ถูกแทคไปแล้ว บอกได้ในคอมเมนต์นะจ๊ะ แต่ดิชั้นคงไม่แก้ไขรายชื่ออีกแล้ว เพราะขี้เกียจคิดว่ะ เหนื่อย!
12 March โ ด น T a g T-Tเป็นอะไรที่ป๊อบปูล่าร์มากในขณะนี้
เราก็อุตส่าห์ เนียนๆ สเปซก็ไม่อัพ (จริงๆแล้วขี้เกียจ) ในที่สุดก็มีเสียงนึงประทานมาจากสวรรค์ (?????)
"น้องแก้มๆ เข้าสเปซพี่หน่อยสิ พี่มีอะไรจะให้ดู"
"อะไรเหรอคะพี่ทอม อย่าบอกนะว่าแท็ก -''-"
"5555"
เวร กูเดาถูกซะงั้น
งั้นมาเล่าๆ เลยก็ได้ เค้าไม่บังคับใช่ป่ะว่าต้องเป็นเรื่องขำ แต่เดี๋ยวจะหาเรื่องขำๆมาเล่าแล้วกัน
1.แฮร์รี่ พอตเตอร์
เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้หรอก
แต่ว่ามันเป็นเรื่องของ "แผลเป็นที่หน้าผาก"
ใครที่สังเกตที่หน้าแก้มชัดๆ จะเห็นว่า
ที่หน้าผากมีรอยแผลเป็นอยู่ด้วย
และนั่นก็เป็นที่มาของเรื่องนี้ ..
เช้าวันหนึ่งเมื่อครั้งยังเยาว์วัย
ตอนนั้นเพลงแดนซ์ๆ ประมาณ ติ๊นา กำลังดังมาก
ขณะนั้น พ่อไปทำงาน แม่ไปทำอะไรซักอย่าง พี่เลี้ยงไม่อยู่
แก้มนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
ซักพักเพลงมา เริ่มขึ้นไปแดนซ์ๆๆ
ซักพัก แววโคโยตี้เริ่มออก เริ่มปีนโต๊ะทำงานพ่อ ขึ้นไปดิ้นๆๆ
ผัวะ!!!
ตกลงมานอกหน้าต่างเลย
หน้าผากที่ ขอบกระป๋อง ที่โผล่พ้นดินหน้าบ้านมาเจาะเข้าเต็มๆ
เลือดสาดกระจาย โดนเย็บไป 21 เข็ม -*-
ปู่รู้เรื่อง แม่โดนด่าเละ
นับว่าโชคดีที่วันนั้นอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ตกลงมาไม่สูงมาก
และมันก็ไม่เจาะเข้าที่อื่น เช่น ตา
ไม่งั้นก็คงไม่สมประกอบไปละ - -
2. เหตุเกิดที่สระว่ายน้ำ
แต่ก่อนสมัยเรียนอยู่รร.ประถม (รร.ราชวินิต) เค้าจะมีกิจกรรมให้ทำตอนเย็น
(เหมือนกับเรียนพิเศษ แต่ว่ามีอย่างอื่นที่ไม่เป็นวิชาการด้วย เช่น ดนตรี ปั้นเซรามิค ฯลฯ)
ไอ้เราตอนนั้นก็เรียนดนตรีไทย (ตีขิม -- นี่ๆๆ ใครว่าเราฮาร์ดคอร์ ตีขิมเป็นนะเว้ย!!) แล้วก็เรียนว่ายน้ำ
สมัยนั้นเด็กๆ ก็จะชอบแบบ ใส่ชุดว่ายน้ำไว้ก่อน แล้วก็แต่งชุดนร.ตามปกติ
แต่แบบว่าคุณแม่ท่านชอบให้ใส่ให้ครงทุกชิ้นส่วน ดังนั้นจึงใส่ชั้นในด้วย !!
เวลามาถึงบ่ายสองครึ่ง .. เลิกเรียนแล้ว .. รีบวิ่งตรงไปที่สระว่ายน้ำ
เปลี่ยนชุด ใส่เสื้อคลุมว่ายน้ำออกมาเรียบร้อย
ถอดเสื้อคลุมพาดไว้ตรงราว เตรียมตัวกระโดดไปเล่นน้ำแล้ว
เดินๆ ไปเตรียมจะเอาเท้าแหย่น้ำ
..
เอ๊ะ
.. ทำไมมันแปลกๆ
..
กูลืมถอด กกน. นี่หว่า T-T
รีบหันหน้ากลับวิ่งไปใส่เสื้อคลุมว่ายน้ำทันที แล้วก็เนียนๆ เอาใส่กระเป๋าเสื้อคลุมไว้แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โชคดี ที่ไม่มีใครเห็น T-T
แต่ที่แน่ๆ กูเป็นซุปเปอร์แมน (เกิร์ล) ไปซะแล้วว
3. รางวัลที่สอง
ตอนนั้นอยุ่ม.หกละ
เรื่องนี้แบบว่า น้อยคนนักที่จะรู้
แต่คนที่รู้ เป็นเด็ก และอาจารย์โรงเรียนอื่น T-T
เนื่องจากวันนั้น อาจารย์ที่รร.เค้าส่งไปแข่งเกี่ยวกับพวก Dreamweaver แล้วก็ความรู้พื้นฐานเรื่องคอม
ก็เลยได้ไปแข่งที่บริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมกับรุ่นน้องคนนึง อาจารย์อีกคนนึง
ระหว่างแข่งก็ไม่มีอะไร
พอถึงตอนประกาศรางวัล ได้ที่สอง!!
กรี๊ด ตื่นเต้นดีใจ (เรื่องของเรื่องคือ รร.ถอนตัวไปหลายรร. จนเหลือที่แข่งประมาณ หกคน -''-)
พอตอนขึ้นไปรับรางวัล ในห้องประชุมของเค้า
เดินไปอย่างมั่นใจ รับเกียรติบัตร รับของรางวัล
พอตอนเดินลง ก็ยังไม่มีอะไร ..
แต่อเดินจะถึงที่นั่งตัวเอง
สะดุดครับ !! สะดุดหัวทิ่มเลย
ขายขี้หน้ารร.มาก เพราะใส่ชุดนร. อยู่อีกตะหาก
ก็ยืน เดินต่อ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แบบ กูเซลฟ์อ่ะ กูมั่นใจ มีไรป่ะ
ความจริงแล้ว อาจารย์คะ พาหนูกลับบ้านทีๆๆๆๆๆ T-T
4. 99 บาทเป็นเหตุ
เรื่องมันเกิดเมื่อเทอมที่ผ่านมานี่เอง
แบบว่าวันนั้นก็ใส่รองเท้ามาตามปกติ (ก็แหง ไปเรียนก็ใส่รองเท้าดิ)
ตอนนั้นก็เที่ยงๆ กำลังจะกินข้าวกันแหละ แต่เรากินไปแล้ว
ก็แบบ เดินออกจากซุ้ม ขึ้นไปตรงตึกคณะ
แล้วอีรองเท้าไม่รักดี ตรงพื้นรองเท้าด้านหน้า แม่งงอ ในจังหวะที่ก้าวเท้าพอดี
เกิดอะไรเหรอคะ สะดุดอีกแล้ว T-T
เข่าถลอก เลือดสาด โก๊ะแอบเห็น เลยพาไปทำแผล
ไม่รู้ว่าวันนั้นมีคนเห็นมั๊ย เหมือนจะไม่มี
หรือว่ามี แล้วทำเป็นไม่เห็นก็ไม่รู้
แต่วันนั้น โต๊ะที่ใกล้ที่สุด มีทั้งพี่ปุ่น พี่เบล ฯลฯ เต็มปหมดเลย - -
5. โรแมนติคสัดๆ
แบบว่าเรื่องเพิ่งเกิดเมื่อเดือนที่แล้วเองแหละ
วันนั้นคบกับไอ้อ้วนครบหกเดือน
ก็บอกมัน เออแกอย่างเพิ่งกลับนะ เราจะไปเตรียมของก่อน (จะเซอร์ไพรส์แหละว่าง่ายๆ)
ต้องขอบอกก่อนว่าช่วงนั้น ต่างคนต่างถังแตก ตังค์แทบไม่มีจะแ*ก
มันซื้ออะไรมาให้รู้มั๊ยคะ??
ดอกไม้ค่ะ!! ดอกไม้ช่อ(??)แรกในชวิตของแก้ม
แต่เป็นดอกไม้แบบใส่พลาสติกไว้ ยี่สิบบาท ที่บางคน (และแก้ม) บางทีก็ซื้อมาปักแจกันไหว้พระค่ะ!!!!
เอาวะ หยวนๆ ถือว่าไม่มีตังค์ (ปกติแล้วก็ไม่อยากให้ซื้อดอกไม้มาให้ ถึงจะอยากได้ เพราะมันแพง เอาไว้ตอนทำงานแล้วค่อยเอาก็ยังทัน)
แล้วคืนนั้น ก็จัดแจงตัดก้านดอก
สองวันผ่านไป สองในสิบดอกมันเหี่ยวค่ะ
ไอ้เราก็เออ เดี๋ยวเปลี่ยนน้ำดีกว่า
ตอนเปลี่ยนน้ำก็เอาดอกไม้มาวางๆไว้
ซักพักก็ เอ๊ะ อะไรเขียวๆ กระดึ๊บๆ
อืม .. หนอนดอกไม้ ไม่เป็นไร ตัวนึง ปกติน่า
ซักพักนึง
แม่ง ทำไมมันเยอะวะ
ประมาณ หกเจ็ดตัวได้
จากที่แบบ เอาดอกไม้มาล้างๆ ไล่หนอนออก
อีสองสามดอกนี้ กูขอโยนทิ้งแล้วกัน ไม่ไหวแล้วว สยอง
ถึงจะเคยบอกไปแล้วว่าทิ้ง
แต่ยังไงก็ ขอโทษนะพี่บูม มันยั้วเยี้ยอะแก ไม่ไหวแล้วววว
หลังจากนั้นก็เลยเริ่มหลอนๆ หนอนดอกไม้ไปเลย
จบแล้ว พิมพ์โคตรนาน
ตอนแรกก็ นะ นึกไม่ออกๆ
ทำไปทำมาก็ เพียบเลย ยังไม่หมดด้วย (กูจะบ้า ใครมาล้อว่า ซุปเปอร์แมน(เกิร์ล) โกรธจริงๆด้วย!!)
อับอายไปทั้งวงศ์ตระกูลละ
ต่อไปก็ถึงเวลา ..
"...การที่ผู้โดนแท็กจะต้องเล่าเรื่องส่วนตัว จะลับหรือไม่ลับยังไงก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าควรจะเป็นเรื่องที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้เท่าไหร่ให้คนอื่นได้ร่วมรับรู้ด้วย สิริรวม5เรื่อง เมื่อครบแล้วก็จัดการแท็กคนอื่นต่ออีก5คน ผู้โชคดีทั้ง5ท่านเหล่านี้ก็ควรจะเขียนเรื่องของตัวเองและแท็กคนอื่นต่อไปประหนึ่งจดหมายลูกโซ่นั้นแล"
รายนามผู้โดนแ Tag ต่อมีดังนี้
1. เบนนี่ (เขมะ) บอกมาซะดีๆ ว่าทำไมแกถึงซันไชน์ได้จนถึงทุกวันนี้
2. ไอ้ป้า (บ้า) (เขมะ) รู้นะ ว่าเรื่องแกอ่ะ เยอะ
3. ตี้ นี่แก้จากอุ้มไปแล้วรอบนึงอ่ะ เพราะตอนนั้นไปอ่านมาแล้ว แต่มันไม่ยอมเปลี่ยนให้อ่ะ - -
4. โก๊ะ มัวแต่เล่นออดิชั่นโดนมั่งยังนะ? ถ้ายังก็จัดซะนะ
5. พี่แบ๊งแล้วกัน จะไปอัพในบล็อกแกงค์ก็ได้นะ แต่ห้ามมาล้อน้องตัวเองนะเว้ย ไม่งั้นพี่จะอ้วนไปทั้งชาติ!! 28 January เ ย า ว ร า ชช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาอัพเลย
แต่มีเหตุผลนะ
ช่วงนี้เหนื่อยๆ เหมือนกับว่า เหนื่อยทุกวัน
นาฬิกาชีวิตเปลี่ยนอีกแล้ว
แต่ก่อน นอนสามชม.ได้ทุกวัน ไม่มีปัญหา
เดี๋ยวนี้ นอนเร็ว ตื่นสายทุกวัน (แถมไม่ค่อยอยากจะตื่น)
ว่างปุ๊บก็อยากจะนอน นอน นอน
เหนื่อยละ - -
เมื่อวันศุกร์ที่ 26
ตอนแรกกะว่า กลับมาจะมาอัพแน่ ว่าวันนี้ สนุกดี ฯลฯ
พอตกบ่าย ใจกูก็เปลี่ยนซะงั้น
เจอเรื่องไม่สนุก อ่านไปเรื่อยๆจะรู้เอง (นะจ๊ะ)
เนื่องจาก วิชา Mytho (ซึ่งตอนนี้เรียน Bible) สั่งให้ไปทำรายงานที่โบสถ์กัลหว่าร์
ตอนส่งแฟกซ์ จารย์บอกไปเร็วๆหน่อยก็ดี เผื่อ ฯลฯ
เลยต้องเปลี่ยน จากกำหนดการตอนแรกที่จะไปถึงซัก 11 โมง ก็เลยต้องเลื่อนเป็นสิบโมง
วันจริงก็นัดเพื่อนๆกันเก้าโมงครึ่ง ที่หัวลำโพง
(ซึ่งกูไปถึงซะเก้าโมง - -)
เพื่อนๆ ก็มาถึงกันประมาณ เก้าโมงสี่สิบ ออกเดินทางกัน ..
(ลืมบอกว่า ผู้ร่วมคณะทัวร์ (หลง กทม.) ณ เวลานั้นได้แก่ แก้ม รี่ สรส เกมส์ เมี่ยว โจ๊ก -- คนที่ขีดเส้นคือ อยากไปเที่ยวเอง ^^)
ไปถึงโบสถ์จริง สิบโมงครึ่ง -''-
เนื่องจาก จากจำนวนคนที่มาตอนนั้น ไม่มีคนไปเป็นเลย
คนที่ไปเป็น (เอิร์ท ด๋อย แพรว) ตามมาทีหลัง
กว่าจะไปถึง ถามทางตั้งแต่คนขายผลไม้ บุรุษไปรษณีย์ จราจร มอไซค์รับจ้าง ฯลฯ
แม่งงงง ทำไมไม่รู้จักกันคะ?????
โดยเฉพาะ มิสเตอร์โพสท์แมน ไม่รู้จักได้ไง?
พอไปถึง ตอนแรกก็ ดีใจ ใจชื้นแล้วเว้ย
ปรากฏว่า คุณพ่อเจ้าอาวาส ไม่อยู่
คนที่อยู่ ทำหน้ามึน
โบสถ์ไม่เปิดไฟให้กู
ไม่มีวิทยากร !!!!
....
ทำไมไม่บอกล่ะคะ T.T ไม่งั้นไปสามคนก็ได้อ่ะ ไม่ต้องมาทั้งกลุ่มหรอก
แล้วกูเตรียมอุปกรณ์ไปเต็มที่ สรุปได้ใช้แต่กล้องมือถือ
เสร็จกิจ เที่ยงๆ บ่ายๆ เพื่อนแยกย้ายกัน
กลุ่มผู้ ญ ไปหาของกินที่เยาวราชกัน
เดินมั่ง แท็กซี่มั่ง .. ก็ไปถึงได้โดยสวัสดิภาพแหละนะ
จะว่าไป การหลง มันก็สนุกดี ถ้าแดดไม่ร้อน และเพื่อนไม่เมื่อย
ขำขำดี เหมือนไปเที่ยว (เหรอ .. ขำเหรอ ..) อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมหลงล่ะนะ
ไปถึงเยาวราช กินข้าวบ้าง ดูโน่นบ้าง นี่บ้าง
สรสกับเกมส์ แยกไปก่อน ขอกลับก่อน
ไปเดินดูของกินที่ตลาดเก่ากับรี่ แพรว โดยมีแพรวเป็นไกด์
ชอปปิ้งของกิน เดินเล่นสนุกสนาน
แต่ทันใดนั้น !! ขณะคนเดินสวนกัน
เจอบุคคลไม่พึงประสงค์ผู้หนึ่งขึ้น (ไม่ออกนามละกัน ขี้เกียจพิมพ์)
ทำเอาวันนั้นของกู เหมือนวันนั้นของเดือนไปเลย
กูจะกลับบ้านอยู่แล้ววววว ยังจะเจอ - -
ซวยจริงๆ
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ จบ.
แค่นี้แหละ อยากมาอัพให้สเปซไม่เน่าบ้าง ;)
เพื่อนๆ ที่เกษตร Have a nice holiday นะ (กูว่าผิดแหงๆ เรียนเอกอังกฤษมาสองปี ไม่ช่วยให้ฉลาดขึ้นเลย) แล้วเปิดมาไฟท์กับสอบ และงานกันนน T.T 15 January - '' -ไม่ได้มาอัพนานมากมาย (ราวสิบกว่าวัน .. ก็ถือว่านานนะ)
วันนี้เซ็งๆเลย ด้วยเหตุผลบางประการ เลยมาอัพซะหน่อย
อัพได้แต่บ่นไม่ได้แฮะ -- ด้วยความรู้สึกที่ว่า สเปซมันไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป
ใครอยากรู้ก็มาหลังไมค์ ;)
วันนี้อัพแบบใช้โน้ตบุ๊ค
ไม่ค่อยถูกกับคีย์บอดโน้ตบุ๊คเท่าไหร่เลย .. มันแบนๆ จิ้มไม่ค่อยถนัด - -
เลยรู้สึกลังเลว่า ตอนแรค II เข้าถ้าพ่อจะอัพคอมให้
จะอยากได้โน้ตบุ๊คอีกมั๊ยน้อ ..
อยากได้เพราะมันพกไปไหนง่ายดี .. ประหยัดเนื้อที่ดีด้วย
แต่มันพิมพ์ไม่ค่อยถนัด ทำอะไรไม่ค่อยถนัดด้วย
แล้วเราก็คงไม่ค่อยจะพกจะแบกไปไหน (หนัก) (แค่หนังสือเรียนก็จะตายละ กล้ามขึ้นมาข้างนึง)
...
งืมมม
ยังพอมีเวลาจะคิดอยู่ ;)
ช่วงนี้อะไรๆ ก็ค่อนข้างดี ค่อนข้างเข้าที่
เรื่องแฟนก็รู้สึกดี พ่อรู้ก็ไม่ว่าอะไร
เพราะมีแฟนแล้วการเรียนไม่ตก (ถึงจะไม่เคยกลับบ้านก่อนฟ้าสางเลยซักวัน - -)
การเรียนยังทรงๆตัวอยู่ ^^ พี่บูมรู้จักญาติเราหลายคนละ
เราก็เคยเจอแม่พี่บูมหลายรอบละ
คบกันแบบเปิดเผยนี่มีความสุขอย่างนี้นี่เอง ;)
<33
ปล. ใครมีอินไวท์ของ ไดอารี่อีส ขอหน่อยดิ
อยากได้ที่ไว้เขียนได อ่ะ
แต่ไดอารี่ฮับ แม่งเฮงซวย ของเดิมเป็นเมมจ่ายตังค์อยู่ดีๆ ตอนนี้ ข้อมูลเก่าหายหมดซะงั้น
เสียใจเว้ย - -
04 January เ บื่ อ ตั ว เ อ งเฮ้อออ
เบื่อ
เบื่อนิสัยตัวเอง
ปล. คะแนน Structure ไม่ดี คะแนน Listening ผิดคาด (แต่คะแนน Present น้อยจัง) พรุ่งนี้วันเกิดสรส มีความสุขมากๆนะ ปีใหม่แล้ว ปีเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน งี่เง่ายังไงก็เป็นแบบนั้น งี่เง่าเหมือนเดิม - - เบื่อตัวเอง 02 January HPPNYสวัสดีปีใหม่ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ;)
ผ่านไปซักทีกับปีเก่า
รู้สึกว่า เป็นปีที่เหนื่อยยย เหลือเกิน
ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรัก เรื่องชีวิต บลา บลา บลา
คนอื่นที่ไม่ใช่เรา มองจากภายนอกอาจจะดูเหมือนชีวิตเราดูมีความสุขดี
แต่คนไหนที่สนิทๆ คงเข้าใจ .. เนอะ
สรุปเรื่องราวชีวิตปีเก่า
เรื่องเรียน
ปีหนึ่งผ่านไปแบบชิลล
เพิ่งเคยรู้จักกับคำว่า "ส่งงานตรงเวลา" ก็เมื่อเข้ามหาลัย
เกิดมา เรียนมัธยม รู้แต่ว่า สั่งงานมาก็ลืม นึกได้ก็ไม่ทำ จะส่งค่อยปั่น ส่งงานเป็นปึกก่อนสอบ
เพิ่งเคยรู้ว่า เข้าเรียนไปนอน ก็ทำให้ความรู้ซึมเข้าหัวได้
บลา บลา บลา
ปีหนึ่งเทอมสองผ่านไปด้วยเกรดเกือบ 3.5 .. ขาดไปแค่ 0.02 แอบเสียดาย
แต่ก็นับว่าฟลุ๊กมากสำหรับคนที่เข้าเรียน Law ก็ไม่ค่อยทัน
เข้าไปก็กินแซนวิชมั่ง นอนมั่ง
ใครสั่งให้สอนแปดโมงล่ะ -''-
ปีสองเทอมหนึ่ง
มรสุมชีวิตมากมาย
ใครจะรู้ ว่าตอนาอบมิดเทอม เราอ่านหนังสือทั้งน้ำตา T.T
อ่านไปปวดกบาลไป ผลกลับผิดคาด
555+
เป็นเด็ก nerd ไปเลยทีเดียว
ปีสองเทอมสอง
มรุสมการเรียนเข้าชีวิต
กูกำลังจะเป็นบ้ากับ มิตโต และจีนสอง
กรี๊ด
เรื่องรัก
นั่นแหละ อย่างที่บอก
คนอื่นอาจจะมองว่า เราก็ดูมีความสุขดี
แต่ใครจะรู้ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง - -
กว่าจะมีวันนี้ได้
อะไรไม่ดี มันผ่านไปหมดละ (มั๊ง)
ต่อไปนี้ก็เหลือแค่ ทำตัวเองให้ดีๆ
ก็พอ.
เรื่องชีวิต
เหมือนทุกปี
เบื่อพ่องอนพ่อ เรื่องเมียพ่อ (เดิมๆ)
เบื่อแม่ชอบโทรมาบ่น บางทีก็เดือดร้อนเรื่องเงิน (บ่อยเกิน)
เบื่อเมียพ่อไม่ไปลงนรกซะที (ทำเลวได้ดีมีถมไป?)
เบื่อครอบครัวเมียพ่อ (เบื่อมันแล้วก็ต้องเบื่อบ้านมันด้วย!)
รักอาไก่อานา ปู่ ย่า พี่ ฯลฯ
พี่แบ๊งมีแฟน ทำงานเยอะ กลายเป็นน้องไม่มีพี่ - -
เพื่อนเก่าก็ไกลกัน คุยกันแต่กับอีจีน เบื่อหน้ามันแล้ว
เพื่อนใหม่เจอกันทุกวัน รู้สึกดี รู้สึกว่ายิ่งนานยิ่งรู้สึกดีด้วย
ฯลฯ
ขี้เกียจนึกแล้วล่ะ
อืมมม
ปีที่แล้วได้มือถือใหม่ด้วย เก็บเงินซื้อเอง! My beloved ivory white W810i <3
พ่อช่วยออกด้วย (แต่พ่อบอกคนอื่นว่าออกเงินมากกว่าความเป็นจริง!)(งอน)
ฯลฯ
ใครอยากรู้ว่าปีที่แล้วเป็นไง อ่านบล็อกเก่าๆเอาเอง
สรุป เราว่าปีเก่า แม่งแย่ เฮงซวย มรสุมเยอะ
เปิดปีใหม่ ด้วย .. เขื่อนแตก (แดงเดือด)
รับทรัพย์ (เล่นไพ่ได้ตัง จับฉลากได้เงิน)
ส่วนเรื่องแฟน ยังไม่รู้ ยังไม่ได้เจอกันเลย T.T พรุ่งนี้ต้องไปกระโดดเตะให้หายคิดถึง <3
เรื่องเรียน ปีนี้จะเป็นไง พรุ่งนี้ก็รู้กัน หุหุ
ปล.
เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย
รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย T.T
ขอให้คนอ่านและคนเขียน (พิมพ์) สเปซ มีความสุขตลอดไป ;) |
|
|